สัมภาษณ์พิเศษผู้กำกับฯชาวสิงคโปร์จากภาพยนตร์เรื่อง Light of a Burning Moth

ธีรภัทร์ เพิ่มประยูร ผู้สัมภาษณ์

สัมภาษณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟกับผู้กำกับเหลียว เจียไค ชาวสิงคโปร์ จากภาพยนตร์ญี่ปุ่นเรื่อง "Light of a Burning Moth"


"... ผมรู้สึกว่าศิลปินอาวุโสทุกท่านล้วนมีภูมิปัญญาและสั่งสมประสบการณ์ยาวนานกว่าศิลปินคนรุ่นใหม่ แต่คนทั้งสองรุ่นมีสิ่งต่างๆ อีกมากมายที่ต้องเรียนรู้ซึ่งกันและกัน..."

ผู้กำกับเหลียว เจียไค หลังให้สัมภาษณ์กับเรา ในงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโตเกียว ปี 2020 (ภาพ: InStyle Asia)


















ภาพยนตร์เรื่อง "Light of a Burning Moth" (蛾の光) เป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่เปิดตัวฉายรอบปฐมทัศน์ในงานเทศกาลภาพยนตร์นานาขาติโตเกียว ปี 2020 ต้องขอบคุณคณะกรรมการผู้จัดงาน ให้เราได้มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษแบบส่วนตัวกับคุณเหลียว เจียไค ผู้กำกับฯ ชาวสิงคโปร์ จากผลงานเรื่องล่าสุด  Light of a Burning Moth เรื่องราวการต่อสู้ดิ้นรนของศิลปินรุ่นเก่ากับรุ่นใหม่ ผ่านการแสดงออกด้วยศิลปะการแสดง และจิตวิญญาณที่ซ่อนอยู่ในตัวศิลปิน ผู้กำกับสร้างหนังเรื่องนี้ในขณะที่เขายังเป็นนักศึกษาปริญญาโทคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยโตเกียว และยังเป็นผลงานภาพยนตร์ญี่ปุ่นเรื่องแรกของเขาในฐานะผู้กำกับหนังด้วย

Light of a Burning Moth ว่าด้วยเรื่องราวของศิลปินนักเต้นสาวที่ไม่ยอมพูดจากับใครเลยหลังจากสูญเสียมารดาไป แต่เธอเลือกสื่อสารด้วยการร่ายรำ ภาษาการแสดงกับศิลปินละครใบ้วัยชราคนหนึ่ง

InStyle Asia: ก่อนอื่น อยากทราบแรงบันดาลใจที่คิดทำหนังเรื่องนี้ครับ?

เหลียว เจียไค: จริงๆ แล้ว ผมเริ่มต้นคิดทำหนังเรื่องนี้กับ คุณ "ฮา ยังมี" (Ha Young-mi) นักแสดงสาวในเรื่อง คุณจำได้ไหมหญิงสาวนักเต้นรำที่ปรากฏในช่วงครึ่งแรกของหนัง เธอกับผมรู้จักกันมาก่อนครับ ผมพบเธอราวๆ 3-4 ปีก่อนที่ฮ่องกง รวมทั้งทริปท่องเที่ยว เราตัดสินใจกันว่าจะทำหนังด้วยกันสักเรื่อง เนื่องจากผมทำงานภาพยนตร์แนวเต้นรำกับทีมงานจากสิงคโปร์ ยุโรป ฮ่องกงด้วย ทำให้ "ฮา ยังมี" กับผมอยากทำหนังเรื่องหนึ่งที่มีการเต้นรำเป็นธีมหลักของเรื่องครับ ผมสนใจภาพยนตร์ที่นำเสนอโลกของเหล่าศิลปินมากๆ ครับ ผมรู้สึกได้เวลา "ฮา ยังมี" มองไปที่พวกเขา และเวลาที่พวกเขามองดูเธอร่ายรำในฐานะศิลปินนักแสดงที่มีความสามารถอันโดดเด่น ผมเลยอยากทำหนังเกี่ยวกับศิลปินท่านนี้ครับ 

ในขณะเดียวกัน ผมยังได้แรงบันดาลใจจากงานวรรณกรรมของเยอรมัน เรื่อง Letter to the Young Poet ของ Rainer Maria Rilke ที่เล่าเรื่องราวของกวีคนหนึ่งนามว่า "ริวเก" และกวีรุ่นเยาว์ที่ชื่นชมผลงานของเขา เฝ้ามอง "ริวเก" และตอบโต้สื่อสารกันด้วยข้อความตัวอักษร ผมสนใจประเด็นนี้ครับ ประเด็นที่ว่าด้วยการสื่อสารของศิลปินสองคนผ่านบทกลอน แต่ สำหรับในหนังของผม การเต้นรำก็สามารถถ่ายทอดแนวทางของศิลปินได้ เราสามารถมองเห็นจิตวิญญาณของศิลปินที่ซ่อนอยู่ข้างใน 


©2020 Tokyo University of the Arts, Graduate School of Film and New Media

InStyle AsIa: ขอบคุณครับ คุณรู้จักนักแสดงมาก่อนทำหนังใช่ไหมครับ?

Liao Jiekai: สำหรับศิลปินของผม คุณอาราอิ ฮัน (Arai Han) หลังจากผมดูสคริปต์บทหนังแล้ว ผมตัดสินใจเลือกเขาเลยครับ

InStyle Asia: ขอบคุณครับ เอ่ยถึงภาพยนตร์เรื่องนี้ อดทำให้เรานึกถึงหนังเอเชียขึ้นหิ้งที่มีประเด็นทางวัฒนธรรมคล้ายคลึงกันอย่าง Goodbye, Dragon Inn (2003) ของผู้กำกับฯ ชาวไต้หวัน คุณไซ่หมิงเลี่ยง หรือภาพยนตร์รางวัลระดับโลกอย่าง Farewell to my concubine (1993) ของผู้กำกับฯ ชาวจีนแผ่นดินใหญ่ คุณเฉินไค่เก๋อ ที่ต่างบอกเล่าวัฒนธรรมแบบเก่าที่กำลังสูญหายไปพร้อมกับคนรุ่นเก่า และการเปลี่ยนแปลงของผู้คนในสังคม อย่างในภาพยนตร์เรื่องนี้ก็มี "มิสเตอร์คาวาตะเสะ" ศิลปินละครใบ้วัยชรา (แสดงโดยอาราอิ ฮัน) เขากำลังจากโลกนี้ไปพร้อมกับความสามารถอันน่าทึ่งของเขา แต่ในขณะเดียวกัน ศิลปินสาวรุ่นเยาว์ยังคงร่ายรำในแบบของเธอ ตัดสินใจด้วยตัวเองที่จะไม่พูดกับใครในชีวิต คุณต้องการจะบอกอะไรเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมระหว่างคนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่หรือครับ?

Liao Jiekai: พูดถึงการตอบโต้กันระหว่างศิลปินรุ่นเก่ากับรุ่นใหม่ ผมรู้สึกว่าศิลปินอาวุโสทุกท่านล้วนมีภูมิปัญญา และสั่งสมประสบการณ์ยาวนานกว่าศิลปินรุ่นใหม่ แต่คนทั้งสองรุ่นมีสิ่งต่างๆ อีกมากมายที่ต้องเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ผมทำหนังเกี่ยวกับการเต้นรำเรื่องนี้โดยอิงจากงานวรรณกรรมที่มีชื่อเสียงเล่มหนึ่ง นักแสดงนึกถึงการแสดงการเต้นรำของเธอตอนยังเป็นสาวเมื่อ 30-40 ปีก่อน มันฟังดูน่าสนใจนะ เพราะการเต้นรำสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเธอได้ ทั้งๆ ที่มันเป็นการแสดงชุดเดียวกันในขณะที่เธอมีอายุ 20-30 ปี เธอแสดงด้วยความรู้สึกเข้าถึงบางสิ่ง แต่พอเธอได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ บางอย่าง เธอก็จะรู้สึกเข้าถึงอีกสิ่งหนึ่ง การเต้นรำก็เหมือนกับสิ่งมีชีวิต เมื่อคุณล่วงเข้าวัยชรากลายเป็นศิลปินอาวุโส ชีวิตของคุณก็เปลี่ยนแปลงมากยิ่งขึ้น แปรเปลี่ยนไปตามแนวทางที่คุณแสดงออกมา ผมคิดว่าสิ่งน่าสนใจที่ผมได้ค้นพบจากการทำหนังเรื่องนี้ คือ การนำเสนอภาพของศิลปินผู้นึ้นั่นเองครับ

นักแสดงนำ คุณอาราอิ ฮัน และอักโกะ ทาดาโนะ  Arai Han and Akko Tadano ภาพ: InStyle Asia)

InStyle Asia: อะไรคือแนวคิดเบื้องหลังการถ่ายทำเรื่องราวฉากชายหาดที่โอเสะ ที่เต็มไปด้วยคนตายมากมาย?

Liao Jiekai: ผมต้องการเล่าถึงความสัมพันธ์ที่ชวนให้ผู้ชมรู้สึกอยากรู้อยากเห็น จากความรู้สึกกลัว มันสามารถแปรเปลี่ยนเป็นอะไรบางสิ่งที่ดูน่าค้นหา หรือบางอย่างที่กระตุ้นต่อมความอยากรู้มากยิ่งๆ ขึ้น หากคุณจำได้ ในหนังมีฉากความฝันที่ชายหาดด้วย ศิลปินเห็นเรือที่เต็มไปด้วยร่างคนมากมายก่ายกอง สิ่งเหล่านี้ล้วนเชื่อมโยงกับโลกแห่งความตายครับ

©2020 Tkyo University of the Arts, Graduate School of Film and New Media

InStyle Asia: ทำไมคุณถึงเลือกใช้การแสดงละครแนวนี้ (ละครใบ้)?

Liao Jiekai: ผมคิดว่าการแสดงเลือกผมนะ เมื่อ 3-4 ปีก่อน ตอนที่ผมเริ่มทำหนังเต้นรำ มันเป็นครั้งแรกที่ผมได้รับเชิญให้เข้าร่วมเวิร์คช็อปเต้นรำ
พวกเราทำงานด้วยกันกับนักเต้นที่เวิร์กช้อปแห่งนี้ ตั้งอยู่ที่ฮานอย เวียดนามครับ ตอนนั้น ผมไม่รู้อะไรมากนักเกี่ยวกับการเต้นรำ ผมสงสัยและถามตัวเองว่า "ทำไมต้องเป็นผมด้วย ทำไม ทำไม?" เพราะตัวผมไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรกับการเต้นรำเลยสักนิด ผมอยากลองทำอะไรใหม่ๆ จึงเข้าร่วมเวิร์คช็อป และเริ่มทำหนังเต้นรำ ผมเดานะ สำหรับตัวผมแล้ว การเต้นรำสามารถนำเสนอสิ่งที่อยู่ข้างในของตัวนักแสดง เราสามารถเห็นจิตวิญญาณของแต่ละคน การเต้นรำไม่ได้แตกต่างไปจากการแสดงเลย ผมคิดว่านักเต้นรำกับนักแสดงนั้นเหมือนกันครับ

InStyle AsIa: ช่วงนี้ คุณสนใจศิลปะการแสดงแนวไหนครับ?

Liao Jiekai: พูดถึงการเต้นรำ ตอนที่ผมกำลังทำวิจัยอยู่นั้น ผมมองหาการแสดงรูปแบบต่างๆ ของญี่ปุ่น อย่างละครคาบูกิ ละครโนห์ ละครตลก "ราคุโก" ผมเป็นคนที่ค่อนข้างเปิดกว้างในทุกศาสตร์การแสดง และสิ่งที่ศิลปินสื่ิอสาร ได้รู้จักละครโนห์ซึ่งเป็นเคสกรณีศึกษาของผม ผมไปเมืองอามามิ เป็นเมืองริมทะเล เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว มีออนเซ็น ผมได้ชมละครโนห์ริมชายหาดที่นั่น ปกติแล้วละครโนห์จะแสดงกันในโรงละคร แต่ที่นี่เล่นกันริมชายหาด มันดุสวยงามมากๆ เลย ผมรู้ว่ายังมีการแสดงที่ดูแตกต่างอื่นๆ รวมทั้งรูปแบบงานศิลปะที่ดูน่าสนใจอื่นๆ อีกมากมายครับ

InStyle Asia: มีการแสดงทางวัฒนธรรมมากมายในญี่ปุ่น แต่ดูเหมือนไม่ค่อยได้รับความนิยมในหมู่คนหนุ่มสาว น่าดีใจที่ได้ยินว่าคุณชื่นชอบละครโนห์ คุณอาจสร้างหนังเรื่องใหม่ ดึงดูดคนรุ่นใหม่ให้หันกลับมาสนใจศิลปวัฒนธรรมญี่ปุ่นและละครโนห์ก็เป็นได้

ปัจจุบัน การแสดงเก่าๆ มากมายเริ่มสูญหายไปกับคนรุ่นเก่า หรือลดความนิยมลงไปตามยุคสมัย อย่างงิ้วหรือละครโนห์ คุณมีความเห็นอย่างไรครับ?

Liao Jiekai: ผมคิดว่าที่ประเทศญี่ปุ่น ชาวญี่ปุ่นสืบทอดรักษาวัฒนธรรมได้ดีมากๆ เลยครับ ก่อนมาญี่ปุ่น ผมไม่รู้อะไรเกี่ยวกับวัฒนธรรมญี่ปุ่นเลย จนวันหนึ่งผมได้ชมละครคาบูกิในโรงหนัง มันเหมือนกับเรากำลังดูละครคาบูกิที่ถ่ายทอดสดจากโรงละครคาบูกิจริงๆ ผมคิดว่าคนญี่ปุ่นสามารถนำเสนอวัฒนธรรมของตนในรูปแบบที่ดูทันสมัย และส่งผ่านงานศิลปะให้เข้าถึงผู้ชมได้ ผมสนใจวัฒนธรรมในรูปแบบดั้งเดิมมากกว่า มองเห็นความพยายามในการอนุรักษ์ หรือการสร้างความนิยมด้วยการใช้มังกะหรือการ์ตูนดัง ผมคิดว่ามันเป็นไปได้ที่เราจะใช้วัฒนธรรมที่คนส่วนใหญ่ชื่นชอบ มาเปิดโลกศิลปวัฒนธรรมให้เข้าถึงผู้ชมวัยหนุ่มสาวได้

ผู้กำกับเหลียว เจียไค, นักแสดงอาราอิ ฮัน และอีกโกะ ทาดาโน่ บนเวที (photo: InStyle Asia)

InStyle Asia: ฉากไหนที่คุณชอบมากที่สุดในหนังเรื่องนี้?

Liao Jiekai: ฉากจบ มีชายชรากำลังร่ายรำที่ชายหาด เพราะมันเป็นอะไรที่ยากมากในตอนนั้น เนื่องจากเราถ่ายทำฉากนี้หลังพายุไต้ฝุ่นลูกใหญ่เข้า ระหว่างที่เรากำลังเดินทางไปชายหาดนี้ ถนนทางหลวงถูกปิด เราพยายามเข้าไปยังพื้นที่ถ่ายทำ มันยากมากดูราวกับฝันร้ายเลย เมื่อเรามาถึงที่หมาย พายุเพิ่งผ่านไปพอดี เราเห็นแสงสว่างบนท้องฟ้า แสงอาทิตย์ที่เราถ่ายทำในฉากนี้ช่างสวยงามจริงๆ ผมคิดว่ามันเป็นแสงแรกหลังฟ้าเปิด และพายุไต้ฝุ่นได้ผ่านไปพอดีครับ 

InStyle Asia: คุณคาดหวังอะไรจากผู้ชมที่ได้ดูหนังเรื่องนี้?

Liao Jiekai: จริงๆ แล้ว ผมอยากให้มาดูหนังเรื่องนี้ด้วยการเปิดใจให้กว้าง ผมคิดว่ามันแตกต่างจากหนังแนวรักโรแมนติกที่คุ้นเคยกัน ปล่อยให้หนังเล่าเรื่องราวไป ผมสร้างบางสิ่งบางอย่างขึ้นมา และผู้ชมก็เดินเข้ามาดู มันเป็นสิ่งที่คุณต้องค้นหาสิ่งเหล่านั้นเพื่อตัวคุณเองครับ

InStyle Asia: คุณกำลังบอกว่าปล่อยให้ผู้ชมตีความหมายในหนังด้วยตัวเองใช่ไหม?

Liao Jiekai: ใช่ครับ ผมแน่ใจว่าคนแต่ละคนที่ได้ชมหนังล้วนมีความแตกต่างกัน และพวกเขาย่อมตีความมองเห็นภาพที่ปรากฏในหนังแตกต่างกันครับ

InStyle Asia: ตอนนี้ คุณมีแผนทำหนังเรื่องใหม่ หรือโปรเจคถัดไปไหม?

Liao Jiekai: จริงๆ แล้ว ผมมีหนังเรื่องใหม่อีกเรื่องนึงจะเปิดตัวเดือนหน้า เป็นหนังสารคดีเรื่อง Faraway My Shadow Wandered ถ่ายทำกันที่จังหวัดอิชิกาว่า ในประเทศญี่ปุ่น ว่าด้วยเรื่องราวของชายหนุ่มและความสัมพันธ์ของเขากับการสืบทอดงานดูแลศาลเจ้าในครอบครัว ผมใช้เวลาถ่ายทำหนังเรื่องนี้นาน 2 ปีครึ่ง ปลายเดือนนี้ (พฤศจิกายน 2563) ผมจะเปิดตัวหนังเรื่องนี้เป็นครั้งแรกในงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติสิงคโปร์ อาทิตย์หน้าผมต้องบินกลับสิงค์โปร์ และต้องกักตัวอีก 2 สัปดาห์

InStyle Asia: หลังจากเปิดตัวหนังเรื่องใหม่นี้ที่สิงคโปร์แล้ว คุณมีแผนนำเข้ามาฉายในญี่ปุ่นไหม?

Liao Jiekaiครับ เราหวังว่าหนังเรื่องนี้จะได้ฉายในญี่ปุ่นนะครับ ผมไม่ได้ส่งหนังเรื่องนี้เข้ามาฉายในงานเทศกาลภาพยนตร์นานาขาติโตเกียว เพราะว่าเป็นหนังสารคดี หลุดแนวคอนเซปต์ของงานครับ (หัวเราะ) แต่ผมแน่ใจว่ามีงานเทศกาลหนังอื่นๆ อีกที่ญี่ปุ่น ด้วยใจจริง ผมอยากให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ฉายที่ญี่ปุ่นครับ เพราะเราถ่ายทำกันที่ญี่ปุ่น และเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับญี่ปุ่นด้วยครับ

InStyle Asia: ตัวหนังถ่ายทำในประเทศญี่ปุ่นด้วย คงดึงดูดผู้ชมชาวญี่ปุ่นให้มาดูกันเยอะๆ 

Liao Jiekaiเนื้อเรื่องก็เกี่ยวกับญี่ปุ่น และศาลเจ้าชินโตครับ

InStyle Asia: ในอนาคต คุณวางแผนทำหนังเรื่องใหม่ในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น สิงคโปร์ หรือคิดทำหนังที่มีเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับญี่ปุ่นไหม?

Liao Jiekai: ผมทราบครับ ผมมีเพื่อนฝูงที่สามารถทำงานกับผมได้ อย่างถ่ายทำครึ่งนึงที่สิงคโปร์ และถ่ายทำอีกครึ่งหนึ่งที่ญี่ปุ่น แต่ผมคิดว่าจะทำงานสร้างหนังต่อที่สิงคโปร์ครับ หลังจากเปิดตัวหนังเรื่องใหม่ในเดือนธันวาคมนี้แล้ว ผมจะเริ่มถ่ายทำหนังสารคดีเรื่องใหม่ที่สิงคโปร์  จริงๆ แล้วผมได้งบเพื่อทำหนังสารคดีเรื่องนี้แล้วด้วยครับ

InStyle Asia: ภาพยนตร์เรื่องถัดไปของคุณเป็นหนังแนวสารคดีนั่นเอง

Liao Jiekaiใช่ครับ เดือนธันวาคมนี้ ผมจะถ่ายทำหนังสารคดีเรื่องใหม่เกี่ยวกับอัตชีวประวัติของคุณ Yeng Pway Ngon นักเขียนชาวจีน และนักประพันธ์ที่มีชื่อเสียงของสิงคโปร์ ผมตั้งใจทำหนังสารคดีเกี่ยวกับท่านครับ

InStyle Asiaขอบคุณมากครับ เราหวังว่าจะได้ชมหนังเรื่องใหม่ของคุณเร็วๆ นี้ครับ

ผู้สัมภาษณ์: ธีรภัทร์เพิ่มประยูร
ภาพ และบทความ: InStyle Asia

ชื่อภาพยนตร์Light of a Burning Moth (ชื่อภาพยนตร์ภาษาญี่ปุ่น蛾の光)
ผู้กำกับฯ และผู้เขียนบทLiao Jiekai (廖捷凯)
กำหนดฉาย: 2020 ภาษาที่ใช้: ภาษาญี่ปุ่น
ความยาว120 นาที
นักแสดงนำ: ฮา ยังมิ (Ha Young-Mi), ฮัน อาราอิ (Han Arai), อักโกะ ทาดาโน่ (Akko Tadano)

©Tokyo University of the Arts, Graduate School of Film and New Media













 







©2024 inStyle Asia All Rights Reserved.
Designed by Creatopia Space