งานเทศกาลหนังสั้นระดับโลก Short Shorts Film Festival & Asia (SSFF & ASIA) เป็นที่ยอมรับระดับโลกมาอย่างยาวนานในฐานะเวทีแจ้งเกิดของผู้กำกับและคนทำหนังผ่านแผ่นฟิล์ม และในปีนี้ โปรเจกต์ Generative Tokyo ของงานได้ผลักดันขอบเขตของภาพยนตร์ที่สามารถเข้าถึงอารมณ์ความรู้สึกอย่างลึกซึ้งด้วยภาพยนตร์สั้นแนวไซไฟเรื่อง So Far Away, So Close (彼方の声) ที่ไ้ด้รับทุนสร้างโดยรัฐบาล เทศบาลมหานครโตเกียว
ช่วงเดินพรมแดงที่จัดขึ้นที่ LINE CUBE SHIBUYA นักแสดงหนุ่มชาวญี่ปุ่น โคเฮย์ โชจิ สะกดทุกสายตา ดึงดูดความสนใจจากผู้ชมอย่างล้นหลาม ก่อนที่เขาจะปรากฏตัวช่วงพิธีเปิดในฐานะนักแสดงนำ เรื่องราวความรักไซไฟสุดล้ำนี้ เขาได้ถ่ายทอดการแสดงที่เต็มไปด้วยอารมณ์และความรู้สึกของชายหนุ่มที่ต้องเผชิญกับความรัก ความสูญเสีย และเส้นแบ่งที่เลือนรางของความโศกเศร้า ผ่านงานทดลองชุบชีวิตคนรักผู้ล่วงลับด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์หรือ AI
ก่อนหน้าภาพยนตร์เรื่องนี้ โคเฮย์เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกในฐานะนักแสดงผู้เปี่ยมด้วยพรสวรรค์ แฟนคลับทั่วโลกจำเขาได้ดีจากบทฮีโร่สุดเท่อย่าง คิราไม ซิลเวอร์ (Kiramai Silver) ในซีรีส์ซูเปอร์ฮีโร่โทคุซัทสึ เรื่อง ขบวนการมณีมนตรา คิราเมเจอร์ (Mashin Sentai Kiramager) และบทเด่นใน มาสค์ไรเดอร์ กาบุ (Kamen Rider Gavv) นอกจากนี้เขายังได้พิสูจน์ฝีมือการแสดงแนวดราม่าสุดเข้มข้นในซีรีส์ซามูไรชินเซ็นกุมิย้อนยุคเรื่อง Kimi to Yukite Saku (Shinsengumi: With You I Bloom/ 君とゆきて咲く~新選組青春録~) อย่างไรก็ตาม ผลงานที่ทำให้แฟนๆ ทั่วโลกต้องกรี๊ดและส่งให้เขาขึ้นแท่นไอดอลชายระดับโลก คือบทนำในซีรีส์วายญี่ปุ่นสุดฮิตเรื่อง เช็กลิสต์หัวใจก่อนวัย 40 (10 Things I Want to Do Before I Turn 40 / 40までにしたい10のこと)
หลังเปิดตัวภาพยนตร์ เราได้จับมือกับ OTS Magazine UK (ภาษาอังกฤษ) นำเสนอบทสัมภาษณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ เวอร์ชั่นดิจิทัลฉบับเดือนนี้ เราได้สนทนากับนักแสดงดาวรุ่งเบอร์ต้นของญี่ปุ่น ที่มาเล่าถึงบทบาทอันท้าทาย การก้าวสู่เวทีระดับโลกอย่างรวดเร็ว และข้อความจากใจถึงแฟนๆ ที่สนับสนุนเขาจากทั่วโลก
บทสัมภาษณ์พิเศษ (Exclusive Interview)
INSTYLEASIA: จากบทนำใน Mashin Sentai Kiramager และ Kamen Rider Gavv มาจนถึงการแสดงที่ดูเรียบง่ายแต่สะท้อนอารมณ์ได้ถึงใจใน "So Far Away, So Close" คุณได้ก้าวข้ามพรมแดนความเป็นซีรีย์แอ็กชันฟอร์มยักษ์ ขวัญใจมหาชนทั่วประเทศ และละครแนวอินดี้ อะไรคือความแตกต่างที่เห็นได้ชัดสำหรับการทำงานในฐานะนักแสดง เมื่อต้องเปลี่ยนบทบาทจากกองถ่ายหนังยอดมนุษย์มาสู่บทตัวละครคนรักในหนังแนวโรแมนติกดราม่าที่ต้องเรียนรู้เพื่อเข้าถึงมิติทางอารมณ์?
โคเฮย์: "ถ้าให้ผมจัดหมวดหมู่ของซีรีย์แนวโทคุซัทสึ (Tokusatsu) ผมคงต้องบอกว่ามันเป็นหนังแนวที่สร้างขึ้นมาสำหรับเด็กๆ ครับ คุณอาจจะเรียกมันว่าหนังแนวซูเปอร์ฮีโร่ มันแตกต่างจากแฟรนไชส์ใหญ่ๆ ของหนังฝั่งตะวันตกอย่าง Marvel หรือ DC ที่ถูกออกแบบและสร้างให้สมจริงที่สุดเพื่อผู้ชมทั่วโลก เข้าถึงคนทุกเจเนอเรชันทุกช่วงอายุ หนังโทคุซัทสึยังคงมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวในประเทศญี่ปุ่น เป็นหนังที่มีความเป็นท้องถิ่นสูงมาก มันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเด็กๆ โดยเฉพาะ แม้ว่าจะมีฐานแฟนคลับที่เป็นผู้ใหญ่ที่คอยสนับสนุนหนังแนวนี้อย่างเหนียวแน่น แต่ตัวตนหลักของ "โทคุซัทสึ" มีรากฐานมาจากเสน่ห์เฉพาะความเป็นท้องถิ่นครับ
ด้วยกลุ่มผู้ชมเป้าหมาย (ผู้ชมเด็ก) นี้เอง ทำให้ละครโทคุซัทสึเล่าเรื่องแบบตรงไปตรงมา เข้าใจง่ายในตัวเองครับ การได้มารับบทหนังรักแนวดราม่าอย่าง So Far Away, So Close นั้นมีความแตกต่างอย่างสิ้นเชิง การทำงานกับผู้กำกับ เท็กโค โนงามิ (Tekkou Nogami) เป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่และพิเศษมากครับ การกำกับของเขาผลักดันให้ผมเข้าถึงการแสดงที่สลับซับซ้อนและมีมิติมากขึ้น ซึ่งต้องใช้ความลึกซึ้งทางอารมณ์ที่ดูนิ่งเงียบ ซึ่งตรงกันข้ามกับพลังและการแสดงออกที่ชัดเจนในหนังซุปเปอร์ฮีโร่ครับ"
INSTYLEASIA: ทราบว่าคุณสามารถพูดได้ทั้งภาษาญี่ปุ่น ภาษาอังกฤษ และภาษาจีน คุณหวังที่จะนำทักษะทางภาษาเหล่านี้ไปใช้ในอาชีพการแสดงในอนาคตอย่างไรบ้าง? และมีผู้กำกับระดับโลกหรือโปรเจกต์ระดับนานาชาติไหนที่คุณฝันอยากร่วมงานด้วยเป็นพิเศษไหม?
โคเฮย์: "ตอนนี้ผมกำลังเรียนภาษาจีนและภาษาฝรั่งเศสอยู่ครับ แล้วก็สามารถพูดภาษาอังกฤษได้อยู่แล้ว ในยุคโลกาภิวัตน์ โลกหมุนไปไวมาก บวกกับยุคที่เสียงสามารถสร้างได้จาก AI ทำให้สามารถสื่อสารด้วยตัวเองผ่านภาษาที่หลากหลายได้ สำหรับผม มันสะท้อนถึงแก่นแท้ของการเชื่อมโยงระหว่างมนุษย์ด้วยกัน ท้ายที่สุดแล้ว สังคมก็ถูกสร้างขึ้นมาจากความสัมพันธ์ของแต่ละคน การที่เราสามารถแสดงเจตนารมณ์และความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเองเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นภาษาสากล จึงมีคุณค่ามหาศาลในอุตสาหกรรมนี้ครับ
มันคงจะสุดยอดมากถ้าวันหนึ่งผมมีโอกาสได้ทำงานในฮอลลีวูดในฐานะนักแสดง ผมเริ่มอาชีพนี้จากหนังแนวซูเปอร์ฮีโร่ และหนังซามูไรในญี่ปุ่น ผมรักหนังต่างประเทศอย่างมากเช่นกัน มีผู้กำกับวิสัยทัศน์ไกลหลายคนที่ผมชื่นชม ยกตัวอย่างเช่น การได้ร่วมงานกับผู้กำกับระดับโลกที่มีชื่อเสียงอย่าง เจมส์ คาเมรอน คือความฝันที่ผมหวังว่าจะทำให้สำเร็จสักวันหนึ่งครับ"
INSTYLEASIA: คุณปรากฏตัวอย่างโดดเด่นบนรันเวย์แฟชั่นระดับโลกอย่าง YOHJI YAMAMOTO ในงานปารีสแฟชั่นวีค อยากให้คุณช่วยเล่าสไตล์การแต่งตัวในชีวิตประจำวันในวันปิดกล้องหน่อยครับ และอะไรคือไอเท็มแฟชั่นชิ้นสำคัญที่คุณขาดไม่ได้ในซีซันนี้?
โคเฮย์: "เวลาที่ผมอยู่ในกองถ่าย สไตล์หลักๆ ของผมคือเสื้อผ้าแนวเบสิกลำลองง่ายๆ ครับ เพราะผมต้องใส่ชุดตัวละครระหว่างถ่ายทำเป็นเวลานาน มันเลยเหมือนได้ปลดปล่อยเสมอ เวลาที่ผมกลับมาเปลี่ยนเป็นเสื้อผ้าของตัวเองที่ใส่สบายและคล่องตัว ส่วนในวันหยุด ไม่ว่าจะไปเจอเพื่อนหรือออกไปช้อปปิ้ง ลุ้คของผมจะขึ้นอยู่กับอารมณ์และฤดูกาลนั้นๆ เลยครับ
ช่วงนี้ผมค่อนข้างเอนเอียงไปแนวคลาสสิก อย่างการจับคู่เสื้อยืดกับเสื้อแจ็กเก็ตให้เข้ากับเนกไท มากกว่าที่จะเลือกสวมแนวสตรีทครับ ตอนนี้เป็นช่วงฤดูร้อน ผมชอบแต่งตัวง่ายๆ อย่างเสื้อเชิ้ตแขนสั้นกับกางเกงขาสั้น เนื่องจากเสื้อผ้าผู้ชายนั้นไม่มีเดรสหรือกระโปรงแบบผู้หญิง หัวใจสำคัญจึงอยู่ที่การรักษารูปทรงเสื้อผ้าให้ดูสะอาดตา แล้วปล่อยให้ดีเทลเล็กๆ เป็นตัวเล่าเรื่องครับ ผมชอบใส่เครื่องประดับอย่างพวกแหวนหรือใส่ของชิ้นเล็กๆ เป็นกิมมิกดึงสายตา เพื่อให้ชุดที่สวมช่วงหน้าร้อนที่ดูเรียบง่าย แต่มีลูกเล่นสนุกๆ ครับ"
INSTYLEASIA: เพลงแนวไหนที่คุณชอบเปิดฟังเวลาต้องการปลุกพลังให้ตัวเอง และเพลงไหนที่คุณมักเปิดฟังเมื่อรู้สึกอยากพัก หรือคลายเครียด?
โคเฮย์: "สารภาพตามตรงเลยครับว่าผมไม่รู้เรื่องดนตรีมากนัก แต่ผมมีเพลงโปรดที่ต้องเปิดฟังเป็นประจำอยู่ครับ ตอนนี้ผมอายุ 26 ปี ผมรู้ว่าคนรุ่นราวคราวเดียวกันหลายคนเป็นสาวกเพลง K-Pop แต่ผมกลับมีปัญหานิดหน่อยกับการจำว่าใครเป็นใครในวงเหล่านั้น (หัวเราะ)
ตรงกันข้าม ผมมักจะเปิดฟังเพลงป็อปฮิตยุค 90s และ 2000s เสมอ ไม่ว่าจะเป็นช่วงที่อยากปลุกพลังให้ตัวเองหรืออยากผ่อนคลาย ผมฟังเพลงวงบอยแบนด์เยอะมากครับ เช่น Westlife, Blue และ Backstreet Boys ดนตรียุคนั้นคือ "เซฟโซน" ของผมเลยครับ
ล่าสุดผมก็แอบมีโปรเจกต์ใหม่ที่ทำให้ผมอินมากๆ อยู่เหมือนกัน ปีที่แล้วผมได้เริ่มดูรายการออดิชัน (No No Girls รายการออดิชันเกิร์ลกรุ๊ปญี่ปุ่นปี 2024–2025 โปรดิวซ์โดยแร็ปเปอร์และนักร้อง Chanmina ร่วมกับ BMSG นำโดย CEO SKY-HI) สำหรับเกิร์ลกรุ๊ปวงใหม่ที่มีชื่อว่า "HANA" (ฮานะ) ผมตามดูการเดินทางของพวกเขาประมาณหนึ่งเดือนก่อนจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ในมุมมองของผม ผมรู้สึกเหมือนพวกเขาเพิ่งเดบิวต์ไปเมื่อเดือนที่แล้วนี้เองครับ มันสนุกที่คอยเฝ้าดูการเติบโตของพวกเขาครับ"
INSTYLEASIA: ถ้าคุณสามารถขึ้นเครื่องบินไปที่ไหนก็ได้ในโลกในวันพรุ่งนี้เพื่อพักผ่อนสั้นๆ คุณจะไปที่ไหนและเพราะอะไร?
โคเฮย์: "ถ้าผมบินออกไปได้พรุ่งนี้เลย จุดหมายต้องเป็นมหานครนิวยอร์กแน่นอนครับ! ผมเป็นแฟนตัวยงของทีมบาสเก็ตบอล NBA ของอเมริกา ความฝันของผมคือการไปเยือน เมดิสัน สแควร์ การ์เดน (Madison Square Garden) แฟนบาสเกตบอลในนิวยอร์กมีพลังและแพสชันที่น่าทึ่ง ทรงพลังมากจนผมหลงรัก แถมมันก็เกือบ 27 ปีแล้วนับตั้งแต่ที่ทีม Knicks เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ NBA ครั้งล่าสุด ผมอยากไปสัมผัสบรรยากาศของสนามแข่งขันที่มีประวัติศาสตร์แห่งนั้นด้วยตัวเองครับ
INSTYLEASIA: อะไรคือสิ่งที่ยากที่สุดที่คุณเคยเจอในอาชีพนักแสดง? และคุณรับมือกับมันอย่างไร?
โคเฮย์: "มีความท้าทายใหม่ๆ มากมายเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นการปรับตัวในอุตสาหกรรมที่กว้างใหญ่นี้ หรือการร่วมงานกับผู้กำกับหนัง นักแสดงเพื่อนร่วมงาน และสตาฟทีมงาน เป้าหมายของผมคือการส่งมอบการแสดงออกมาให้ดีที่สุดโดยไม่มีปัญหาใดๆ เสมอ
อย่างไรก็ตาม เมื่อไหร่ที่ผมรู้สึกว่าตัวเองกำลังเดินไปผิดทิศผิดทางหรือเริ่มหลงทาง ผมเลือกที่จะนั่งลงและพูดคุยทำความเข้าใจกับผู้กำกับหนังครับ บอกตามตรงว่าผมยังคงคิดว่าตัวเองเป็นหน้าใหม่ และยังห่างไกลจากการเป็นนักแสดงมืออาชีพแบบเต็มตัว เคยมีช่วงเวลาที่ยาวนานที่เหมือนกันที่ผมเองก็ไม่เข้าใจว่าตัวเองทำอะไรผิดพลาดไป แต่เมื่อเวลาผ่านไป ผมถึงทราบ และเริ่มตระหนักว่าสิ่งต่างๆ เหล่านี้สามารถแก้ไขและเรียนรู้ได้ผ่านกาลเวลาและประสบการณ์เท่านั้นครับ"
INSTYLEASIA: คุณเคยเล่นหนังมามากมายทั้งบทซูเปอร์ฮีโร่ใน "คาเมนไรเดอร์", บทซามูไรใน "Shinsengumi: With You I Bloom", แฟนหนุ่มในหนังวาย ดราม่ายุคปัจจุบัน และนักแสดงนำในหนังรักแนวไซไฟ มีตัวละครประเภทไหนอีกไหมที่คุณยังไม่เคยเล่น แต่คุณอยากลองเล่นมากๆ?
โคเฮย์: "เอาจริงๆ ผมยังไม่มีบทเฉพาะเจาะจงที่วางไว้ถัดไปเลยครับ ขอบเขตของผมเปิดกว้างมากๆ ครับ! ผมพร้อมที่จะรับทุกบทบาทที่เข้ามา มองย้อนกลับไปในการเดินทางของผม ตั้งแต่เล่นเป็นซูเปอร์ฮีโร่ ซามูไร มาจนถึงบทคนรักในหนังไซไฟสำหรับเทศกาลภาพยนตร์สั้น Short Shorts (SSFF & ASIA) เรื่องล่าสุด ผมตระหนักได้ว่าการแสดงออกทางการแสดงมันเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ตามสภาวะแวดล้อมโดยรอบและแนวคิดของตัวผู้กำกับเสมอ จากนี้ไป ผมคิดว่ามันน่าสนใจมากๆ ที่ได้เห็นว่าองค์ประกอบเหล่านั้น จะพาผมไปสู่อะไรต่อไป ผมตื่นเต้นที่จะได้สำรวจอะไรใหม่ๆ ครับ!"
INSTYLEASIA: คติพจน์ วลีง่ายๆ หรือคำแนะนำอะไรที่คุณมักจะเตือนใจตัวเองเสมอ เมื่อเรารู้สึกว่าชีวิตเริ่มว้าวุ่น หรือมีปัญหารุมเร้า?
โคเฮย์: "ตอนที่ผมอายุน้อยกว่านี้ ผมมักโฟกัสไปที่การปีนบันไดแห่งความสำเร็จและการที่เราต้องวิ่งไล่ตามมัน ให้ได้ ตอนนั้นผมเคยตั้งคำถามว่าต้องใช้ความสำเร็จมากแค่ไหนถึงจะทำให้ผมมีความสุขได้ในที่สุด ความทะเยอทะยานของมนุษย์เป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน และใครจะไปรู้ว่าผมอาจจะทลายทุกข้อจำกัดและประสบความสำเร็จครั้งใหญ่ก็ได้? นั่นคือเหตุผลหนึ่งที่อยู่ท่ามกลางความวุ่นวายเหล่านั้น ผมพยายามที่จะซื่อสัตย์กับใจตัวเองอย่างมาก อยากเปิดเผยมันออกมาทั้งหมด กำหนดสิ่งที่เป็นความสุขที่แท้จริงของผมคืออะไร ในขณะเดียวกันชัดเจนกับสิ่งที่ผมยังคงกระหายและต้องการเรียนรู้ครับ"
INSTYLEASIA: นอกจากความสำเร็จด้านการแสดงแล้ว อะไรคือเป้าหมายที่ใหญ่ที่สุดที่ต้องการจะทำให้ได้ หรืออยากให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตส่วนตัวของคุณช่วง 5 ปีข้างหน้านี้?
โคเฮย์: "ผมไม่แน่ใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่ามันจะเกิดขึ้นไหมในอีก 5 ปีข้างหน้าไหม แต่ผมว่ามันน่าจะเกิดขึ้นภายใน 10 ปีนี้ครับ นั่นคือ เพื่อเป็นการยกระดับและขัดเกลาความสำเร็จในอาชีพของผมอย่างแท้จริง ผมต้องการโอกาสในการทำงาน พัฒนาขีดความสามารถและทักษะการแสดงของผมในต่างประเทศ มันเป็นเป้าหมายที่ผมมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ในการค้นหา และทำให้สำเร็จครับ"
INSTYLEASIA: สุดท้ายนี้ มีข้อความอะไรที่อยากส่งถึงแฟนๆ ในต่างประเทศไหม?
โคเฮย์: "ขอบคุณมากๆ นะครับที่รับชมผลงานละครและหนังของผม พูดตามตรงเลยคือมันยังคงเป็นเรื่องยากที่จะเชื่อ แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกตื้นตันใจมากๆ ที่ได้รู้ว่าโปรเจกต์ผลงานญี่ปุ่นที่เราแสดงได้เดินทางไปไกลจากบ้านเกิดเพื่อเข้าถึงผู้คนในมุมต่างๆ ของโลก จากนี้ไป ผมเชื่อว่าจะสามารถเติบโตต่อไปบนเวทีระดับโลกได้ ไม่ว่าจะเป็นการฉลองความสำเร็จไปพร้อมๆ กัน หรือการออกไปชมผลงานของผม หวังว่าทุกคนสามารถเชื่อมต่อและสนับสนุนกัน เพราะแรงสนับสนุนนั้นคือสิ่งที่ทำให้ผมสามารถส่งคืนความรักกลับไปให้ทุกคนๆ ครับ"
และนั่นคือบทสัมภาษณ์สุดพิเศษของเรา! ตัองขอขอบคุณ โคเฮย์ โชจิ เป็นอย่างยิ่งที่มาร่วมแบ่งปันความรู้สึกจากใจ และข้อความที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับแฟนๆ ทั่วโลก หากต้องการอัปเดตผลงานและเรื่องราวใหม่ๆ ในชีวิตประจำวันของเขา อย่าลืมกดติดตาม Instagram และ X ออฟฟิเชียลของเขาได้เลย!
นอกจากนี้ แฟนๆ เตรียมปักหมุดปฏิทินรอไว้ได้เลยกับภาพยนตร์เรื่องใหม่ของเขา "10 Things I Want to Do Before I Turn 40" (40までにしたい10のこと) ที่มีกำหนดการเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ที่ประเทศญี่ปุ่นในวันที่ 22 มกราคม 2027 นี้ ก่อนเปิดตัวในต่างประเทศ!
▣ ช่องทางการติดตาม โชจิ โคเฮ | 庄司 浩平 (ค่าย Oscar Promotion)
- INSTAGRAM: shoji_kohei_official
- X (ทวิตเตอร์): @shoji_kohei
- งานภาพยนตร์สั้นนานาชาติ Short Shorts Film Festival & Asia (SSFF & ASIA): https://www.shortshorts.org
INTERVIEWER: ธีรภัทร์ / REPORT: INSTYLEASIA






