ภาพยนตร์ OKURIBITO ความสำเร็จ ความไม่แน่นอน และวันสุดท้ายของชีวิต

ความไม่แน่นอนในชีวิต และการเตรียมพร้อมเดินทางสู่โลกหลังความตาย เป็นธีมหลักของภาพยนตร์ญี่ปุ่น Okuribito เนื้อหาบอกเล่าเรื่องราวได้อย่างลึกซึ้งกินใจ เริ่มจากนักดนตรีหนุ่มผู้พกพาความมั่นใจที่มี นั่นคือ ความสามารถบรรเลงเครื่องดนตรีเซลโล่ เขามุ่งสู่เมืองหลวงอย่างนครโตเกียว การจากลาครั้งแรกเพื่อแสวงหาความสำเร็จโดยไม่มีโอกาสหวนกลับบ้านเกิดอีกเลย ผู้คนในหมู่บ้านต่างชื่นชม คิดว่าเขาคงเป็นสุดยอดนักดนตรีในโตเกียวไปแล้ว ลาจากชีวิตในเมืองชนบทเล็กๆ ของจังหวัดยามางาตะ แต่แล้วก็ต้องพบกับความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิต เมื่อต้องตกงาน ฝันสลาย และไม่มีทางอื่นนอกจากเดินทางกลับบ้านชนบทพร้อมภรรยา จนกระทั่งพบกับงานใหม่ นั่นคือ "งานจัดการศพ"

ภาพยนตร์สะท้อนภาพความห่างของผู้คนในสังคมญี่ปุ่นยุคใหม่ การจากบ้านนามุ่งหาความสำเร็จโดยที่ไม่มีโอกาสได้พบหน้าพ่อแม่เลย แม้กระทั่งวันสุดท้ายของชีวิต

ในวันแรกที่เขาต้องไปจัดการศพคุณป้าที่นอนตายตามลำพังหลายวันในบ้านโดยไร้ลูกหลานดูแล เป็นความเศร้าสลด หดหู่ที่ผู้คนอย่างตัวพระเอกต่างแสวงหาโอกาสชีวิต จนลืมครอบครัว ทอดทิ้งความทรงจำในอดีต รวมทั้งต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนในชีวิต การตกอับของตัวเอกที่ไม่อาจเป็นนักดนตรีชื่อก้องถึงขนาดต้องขายเซลโล่ คุณป้าโรงอาบน้ำเซนโตะใกล้บ้านที่พบปะคุ้นเคยกันมาแต่เด็ก อยู่ๆ ก็เกิดประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตอย่างไม่คาดฝัน และลูกของคุณป้าเองที่เอาแต่ทะเลาะเถึยงกับแม่เป็นประจำ จนมาถึงวันที่เขาต้องสูญเสียคุณแม่ไปอย่างไม่มีวันกลับ ปิดท้ายด้วยภาพความทรงจำในอดีตของตัวเอกที่มีต่อพ่อของเขา ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับรางวัลออสการ์ และกวาดรางวัลอื่นๆ อีกมากมายในญี่ปุ่น 

หากการเดินทาง คือ จุดเริ่มต้นของความสำเร็จ ความไม่แน่นอนในชีวิต และการเตรียมพร้อมเดินทางสู่โลกหลังความตาย บางทีแล้วภาพยนตร์ยังอาจบอกเป็นนัยยะให้เราเห็นภาพความสำเร็จของญี่ปุ่นในยุค 80 ที่ผู้คนนับล้านต่างมุ่งสู่นครหลวง ที่เปรียบเหมือนประตูสู่ความสำเร็จ ญี่ปุ่นได้ทะยานเป็นชาติชั้นนำทางเศรษฐกิจของโลกในเวลาอันรวดเร็ว แต่กลับสูญเสียความเป็นหนึ่งในเวลาอันรวดเร็วเช่นกัน พร้อมกลับมาหวนระลึกถึง "สัจจธรรม" และ "ความเรียบง่าย" ของสังคมญี่ปุ่นแบบเก่าที่กำลังสลายลง ภาพคนชราถูกทอดทิ้งอย่างเดียวดายในชนบท นับเป็นภาพยนตร์ญี่ปุ่นเรื่องเยี่ยมที่พลาดชมไม่ได้  

ผู้เขียน: ธีรภัทร์  เพิ่มประยูร

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น