INSTYLEASIA: ยินดีด้วยกับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการด้วยซิงเกิลเพลง ZERO เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมา! หลังจากผ่านบททดสอบอันทรหดในรายการเซอร์ไววัลและค่ายฝึก ในที่สุดพวกคุณก็ได้ก้าวขึ้นสู่เวที Kansai Collection (คันไซ คอลเลคชั่น) ที่โอซาก้าวันนี้ รู้สึกอย่างไรบ้างที่ได้ก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงในฐานะสมาชิกทั้ง 7 คนที่รวมตัวกันเป็นหนึ่งเดียว?
INSTYLEASIA: วันนี้ โทโมกิ นิชิยามะ, ไดสุเกะ มาเอดะ และ เจย์ ก็ได้เปิดตัวในฐานะนายแบบบนรันเวย์เป็นครั้งแรกด้วย! รู้สึกอย่างไรบ้างกับการต้องเปลี่ยนโหมดการทำงาน จากการเต้นที่ต้องอาศัยความพร้อมเพรียงและจังหวะความเป็ะ มาเป็นการเดินแบบบนรันเวย์งานแฟชั่นโชว์?
TAGRIGHT: สำหรับการเต้น สิ่งสำคัญจะอยู่ที่การเคลื่อนไหวให้สอดประสานไปกับเสียงเพลง แต่สำหรับบนรันเวย์ ผมต้องโฟกัสไปที่การสะกดสายตาผู้ชมผ่านการแสดงออก สีหน้า และท่วงท่าการเดิน มันเป็นความรู้สึกตื่นเต้นที่แตกต่างไปจากความคุ้นเคยเดิม ๆ แต่การที่ได้แสดงออกถึงตัวตนที่แท้จริงของตัวเองออกมา เป็นประสบการณ์แปลกใหม่และสนุกมากๆ ครับ!
INSTYLEASIA: ทุกคนแสดงโชว์พิเศษร่วมกับ YUMEKI (ยูเมกิ) ผู้ซึ่งเป็นทั้งเมนเทอร์และนักออกแบบท่าเต้นให้ รู้สึกอย่างไรบ้างที่ได้ร่วมงานบนเวทีกับเขาในฐานะศิลปินมืออาชีพทัดเทียมกัน?
TAGRIGHT: มันเป็นเกียรติอย่างมาก ไม่มีอะไรมาทดแทนได้เลยครับ กับการที่พวกเราได้ร่วมแสดงบนเวทีในฐานะศิลปินร่วมกับ YUMEKI (ยูเมกิ) ผู้ซึ่งคอยชี้แนะพวกเราตลอดทั้งงานและเฝ้ามอง TAGRIGHT มาตั้งแต่ตอนที่พวกเรายังไม่ได้ฟอร์มวงกันอย่างเป็นทางการด้วยซ้ำ ระหว่างเตรียมตัวสำหรับโชว์นี้ การได้สัมผัสพลังและตัวตนของ YUMEKI (ยูเมกิ) อย่างใกล้ชิด สร้างแรงบันดาลใจให้ผมอยู่ตลอดเวลา ช่วยขับเคลื่อนทั้งพลังในการแสดงออกและความรับรู้ของผมให้ก้าวไปสู่อีกระดับ การแสดงครั้งนี้จึงเป็นสิ่งล้ำค่าดั่งทรัพย์สมบัติสำหรับพวกเราจริงๆ ครับ
INSTYLEASIA: พูดถึงซิงเกิลเดบิวต์ เพลง ZERO เป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นใหม่ที่ทรงพลังจริงๆ ช่วยอธิบายถึงสไตล์งานดนตรี และเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของ TAGRIGHT ในวงการ "เจป็อป" ยุคปัจจุบัน ให้แฟน ๆ ชาวต่างชาติทีาติดตามอ่านนิตยสารของเราได้รู้จัก?
TAGRIGHT: สำหรับเพลง ZERO รวมทั้งผลงานอื่นๆ ของพวกเรา TAGRIGHT วางอัตลักษณ์ทางดนตรีในแนว "ป็อป-ร็อค" ครับ พวกเรามุ่งมั่นที่จะตีความท่วงทำนองให้ฟังติดหู เปี่ยมไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก รวมถึงพลังดิบออกดาร์กตามแบบฉบับของ "เจ-ร็อค" ขึ้นมาใหม่ ผ่านมุมมองของวงทั้งท่าเต้นและเสียงร้อง ยกระดับให้กลายเป็นซาวด์ดนตรีที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของพวกเรา ดนตรีของพวกเราจะให้ความรู้สึกแปลกใหม่สำหรับกลุ่มผู้ฟังคนรุ่นใหม่ ในขณะเดียวกันก็กระตุ้นให้เกิดความรู้สึกถวิลหาอดีต ซึ่งการจับเอา "ความคลาสสิกแบบยุคเก่า" มาทำให้เข้ากับ "ความโมเดิร์น" นี่แหละครับ คือหัวใจสำคัญของซาวด์ดนตรีในแบบฉบับของวง TAGRIGHT ส่วนเสน่ห์อีกอันหนึ่งของพวกเราอยู่ที่เนื้อเพลงครับ แทนที่เราจะพยายามเป็นผู้นำหรือผลักดันคนอื่นให้เดินไปข้างหน้าแบบฝืนใจบังคับ ไม่ครับ พวกเราเลือกที่จะถ่ายทอดภาพตัวเราที่ก้าวเดินเคียงข้างไปกับทุกคนด้วยความรู้สึกจริงใจ พวกเราตั้งใจรังสรรค์บทเพลงที่ทำให้ผู้ฟังสามารถมองเห็นเรื่องราวของตัวเขาเอง และยังสะท้อนเส้นทางการเดินทางของพวกเราด้วยครับ
INSTYLEASIA: ผู้ร่วมก่อตั้งวง TAGRIGHT อย่าง โทโมกิ และ ไดสุเกะ ร่วมกันสร้างโปรเจกต์นี้ขึ้นมาจาก "ศูนย์" ด้วยความพยายามอย่างยิ่งยวดและความมุ่งมั่นที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง หากมองมาที่สมาชิกทีมในยุคปัจจุบัน ซึ่งตอนนี้มี ไดโก, ไคริ, ชิออน, เซมะ และ เจย์ อะไรคือหัวใจสำคัญของความผูกพันและคำสัญญาที่พวกคุณมีร่วมกันในระหว่างที่พยายามผลักดันตัวเองให้ไปถึงเวทีสนามกีฬาระดับชาติให้ได้ (งานวันนี้)?
TAGRIGHT: พวกเราแตกต่างจากวงอื่น ๆ ตรงที่วงอื่นๆ นั้น พวกเขาอาจใช้ชีวิตในฐานะเด็กฝึกร่วมกันมาก่อนเดบิวต์ แต่พวกเรารวมตัวกันหลังจากที่แต่ละคนได้ทุ่มเททำงานกันอย่างหนักในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน ดังนั้น ทั้งวิธีคิดและบุคลิกของพวกเราแต่ละคนจึงแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงครับ ด้วยเหตุนี้เอง พวกเราจึงมักเจอช่วงเวลาที่ต้องดิ้นรน และเผชิญกับความขัดแย้งกันอยู่บ่อยครั้ง อย่างไรก็ตาม พวกเราให้ความสำคัญกับการพูดคุยกันอย่างเปิดอกตรงไปตรงมา กระชับความเข้าใจและยอมรับในเอกลักษณ์เฉพาะตัวของกันและกัน ในขณะที่พวกเราทำงานร่วมกันเป็นทีมที่มีสมาชิก 7 คนเพื่อรังสรรค์ผลงานให้เป็นหนึ่งเดียว เราผ่านกระบวนการเหล่านั้น ทำให้ความผูกพันของพวกเราแข็งแกร่งขึ้น ผมเชื่อว่าตอนนี้พวกเราทุกคนต่างมีเป้าหมายที่ชัดเจนและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน นั่นคือการได้ยืนอยู่บนเวทีระดับสเตเดียมอันยิ่งใหญ่แห่งนี้ร่วมกันในฐานะสมาชิกทั้ง 7 คนครับ
INSTYLEASIA: เป็นเรื่องน่าทึ่งมากๆ ที่พวกคุณได้แสดงในสเตเดียมใหญ่ระดับประเทศอย่าง Kyocera Dome Osaka หลังจากเดบิวต์ได้ไม่นาน รู้สึกมีอะไรแล่นเข้ามาในความคิดไหมในช่วงเวลาก่อนที่ไฟสเตเดียมจะเปิดตอนแสดง? และพวกคุณเปลี่ยนความตื่นเต้นเหล่านั้นให้กลายเป็นพลังในการแสดงบนเวทีได้อย่างไร?
TAGRIGHT: มันเป็นเอกสิทธิ์ที่ยิ่งใหญ่สำหรับพวกเราจริงๆ ครับ พวกเราเพิ่งเดบิวต์ได้ไม่นานแต่กลับมีโอกาสได้แสดงบนเวทีใหญ่ระดับประเทศวันนี้ พวกเรารู้สึกซาบซึ้งและขอบคุณ RIGHTIEs (ชื่อกลุ่มแฟน) ที่คอยสนับสนุนพวกเราในทุก ๆ วัน รวมทั้งทีมงานทั้งหมดของพวกเราด้วย
แน่นอนครับว่าการก้าวขึ้นไปยืนบนเวทีนั้นทำให้พวกเราตื่นเต้น แต่ความรู้สึกนั้นก็ถูกเติมเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นอันแรงกล้าที่จะมอบความบันเทิงให้กับทุกคนที่อยู่ที่นั่น เนื่องจากยังมีผู้คนอีกมากมายที่ยังไม่รู้จักเรา เป็นแรงผลักดันให้พวกเราอยากจุดประกายความสนใจของพวกเขาผ่านโชว์ของเราครับ และนั่นเป็นช่วงเวลาที่ไฟในตัวพวกเราถูกจุดจนลุกโชนขึ้นมาเลยครับ! สำหรับพวกเรา มันยังคงเป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น ดังนั้น แรงผลักดันที่จะเปลี่ยนผู้ชมในสเตเดียมให้กลายเป็น "แฟน" ของพวกเราให้ได้มากที่สุด จึงเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่พวกเราใส่ลงไปในการแสดงครับ
INSTYLEASIA: ตอนนี้ฐานแฟนเพลงในต่างประเทศของพวกคุณกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว หากตั้งเป้าหมายให้ไปไกลถึงอังกฤษ ยุโรป รวมทั้งตลาดเอเชียในวงกว้าง TAGRIGHT อยากจะสร้างชื่อหรือทิ้งมรดกแบบไหนไว้ในอุตสาหกรรมดนตรีในระดับโลก?
TAGRIGHT: สิ่งที่พวกเรามุ่งหวังจะทำให้สำเร็จในวงการดนตรีระดับโลก คือการสร้าง "สไตล์แบบลูกผสม" หรือ "สไตล์ไฮบริด" ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ TAGRIGHT ซึ่งจะไม่ถูกจำกัดด้วยกรอบแนวเพลงหรือพรมแดนของประเทศใดประเทศหนึ่งครับ พวกเราไม่อยากให้อิงไปทาง "เจ-ร็อค" จ๋า หรือ "ดนตรีและท่าเต้นแนวป็อป" มากจนเกินไป และไม่อยากให้ดำดิ่งไปใน "แนวคลาสสิกร่วมสมัย" หรือ "แนวทันสมัยล้ำยุค" ด้านใดด้านหนึ่งแบบสุดโต่ง พวกเราอยากปรุงแต่งสไตล์การแสดงออกให้อยู่ตรงกลางระหว่างสิ่งเหล่านั้น ให้เป็นเหมือน กับ "เฉดสีที่ผสมให้เข้ากันจนลงตัว" และทำให้สิ่งนั้นกลายเป็นอัตลักษณ์ที่เป็นลายเซ็นของพวกเราครับ ท้ายที่สุดแล้ว พวกเราอยากเป็นศิลปินที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ไม่ว่าจะต่างประเทศหรือต่างภาษา ผ่านงานซาวด์ดนตรีและสไตล์ที่เป็น TAGRIGHT อย่างชัดเจน และนั่นคือผลงานที่พวกเราหวังจะฝากไว้ในวงการดนตรีระดับโลกครับ
บทส่งท้าย: จากจุด "ZERO" สู่เส้นทางที่ไร้ขีดจำกัด
- เว็บไซต์: tagright.jp
- อินสตาแกรม: @tagright_official
- X: @TAGRIGHT_JP
เว็บไซต์ KANSAI COLLECTION: https://www.kansai-collection.net/
รายงาน: INSTYLEASIA











