Showing posts with label Japanese Celebrities. Show all posts
Showing posts with label Japanese Celebrities. Show all posts

Osaki & Haruto Imai Mesmerize the Crowd in Stunning "Fantasy Hanfu" Runway Walk! "KANSAI COLLECTION 2026 A/W" returned

"KANSAI COLLECTION 2026 Autumn/Winter" returned to the Kyocera Dome Osaka this month. Among the star-studded stages, the crowd's attention was completely stolen by a popular brand "sugar nine" for their Halloween collection.

Fans instantly drew comparisons to Orihime and Hikoboshi from the star festival materializing in the modern world, prompting waves of cheers from the audience.

Moving away from the spooky costumes, Osaki and Haruto introduced an alternative for the season. Combining traditional silhouettes with modern style, this "Wa - Modern × Chinese Hanfu" look is poised to be a new trend for upcoming cosplay events and Halloween parties in Japan.

โอซากิ และ ฮารุโตะ อิไม สะกดทุกสายตาบนรันเวย์ด้วยลุค "ฮั่นฝูแฟนตาซี" สุดอลังการ! กลับมาอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้งสำหรับงานแฟชั่นโชว์ระดับประเทศของญี่ปุ่นอย่าง KANSAI COLLECTION 2026 A/W ที่เคียวเซร่า โดม โอซาก้า 

รันเวย์ที่ดึงดูดสายตาและความสนใจของผู้ชมไปได้อย่างอยู่หมัดก็คือ เวทีฮัลโลวีนของแบรนด์ยอดนิยมอย่าง sugar nine และผู้ที่มาแต่งแต้มสีสันบนรันเวย์นี้ก็คือ ครีเอเตอร์สาว โอซากิ และน้องชายแท้ๆ ของเธอ ฮารุโตะ อิไม นายแบบและครีเอเตอร์ดาวรุ่งที่กำลังมาแรง สองพี่น้องนำเสนอลุ้คแฟชั่นคู่ออกมาได้อย่างสวยงามจนน่าทึ่ง 

ตอนมองแว้บแรก ชุดของทั้งคู่ดูคล้ายกับชุดกิโมโนของญี่ปุ่น แต่จริงๆ แล้วมันคือ "ชุดฮั่นฝูแนวแฟนตาซี" ซึ่งเป็นการนำชุดจีนโบราณมาดีไซน์ ตีความใหม่ให้ดูทันสมัย แนวโรแมนติก คอนเซปต์การผสมผสานสุดล้ำนี้ ถือเป็นไฮไลท์เด่นสำหรับคอลเลกชันฮาโลวีน ปี 2026 ที่ทุกคนรอจากแบรนด์ sugar nine 

แฟนๆ ต่างชื่นชมและเปรียบเทียบว่า ทั้งสองเหมือนเจ้าหญิงทอผ้าและชายเลี้ยงวัว ในเทศกาลทานาบาตะ ที่หลุดมาอยู่ในโลกปัจจุบัน เรียกเสียงเชียร์จากผู้ชมสนั่นสเตเดี้ยมเลยทีเดียว

เรียกได้ว่ากล้าฉีกกฎเกณฑ์เดิมๆ ของชุดฮาโลวีนที่มักจะเน้นความน่ากลัว ความขี้เล่น ทั้งสองนำเสนอทางเลือกใหม่ที่ดูหรูหราสง่างาม จับคู่ความคลาสสิกของรูปทรงชุดโบราณเข้ากับการสไตล์การแต่งตัวให้ดูทันสมัย ทำให้ลุ้ค "วา-โมเดิร์น × ฮั่นฝู" นี้ ถูกคาดการณ์ว่าจะเป็นเทรนด์ใหญ่สำหรับงานคอสเพลย์และปาร์ตี้ฮาโลวีนที่กำลังจะมาถึงอย่างแน่นอน

REPORT: INSTYLEASIA



Saki TAKAOKA won the 37th Japan Jewelry Best Dresser Award (50s Category).

At TOKYO JEWELRY FES '26, Japanese actress Saki TAKAOKA provided a stepping on the stage to receive the 37th Japan Jewelry Best Dresser Award (50s Category).

Dressed in a black ensemble by Yohji Yamamoto paired with Saint Laurent (YSL) heels, she rejected the safe pastel formalwear often expected at milestone galas. Instead, she used the deep, dramatic texture of midnight-black cloth to serve as a canvas for ¥17.5 million worth of high-purity diamonds. The contrast was striking: a fierce, independent woman framing absolute luxury on her own terms.

For over 30 years, she has been a chameleon of Japanese entertainment. From her award-winning turn in the 1994 film "Crest of Betrayal" to her contemporary TV dramas and smooth jazz vocal performances, she has consistently refused to be neatly categorized.

ความงามบางอย่างไม่สามารถสร้างขึ้นได้ในชั่วข้ามคืน แต่ถูกหล่อหลอมขึ้นตามกาลเวลา ประสบการณ์ และความมั่นใจที่เป็นตัวของตัวเองอย่างแท้จริง ในงาน TOKYO JEWELRY FES '26 ที่ผ่านมา ซากิ ทากาโอกะ นักแสดงชื่อดังชาวญี่ปุ่น ได้พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นถึงสัจธรรมข้อนี้ เมื่อเธอเยื้องย่างขึ้นบนเวทีเพื่อรับรางวัล Japan Jewelry Best Dresser Award ครั้งที่ 37 (ประเภทอายุ 50 ปี)

ซากิปรากฏตัวในชุดสีดำจาก Yohji Yamamoto แมตช์กับรองเท้าส้นสูงจาก Saint Laurent ทากาโอกะเลือกที่จะปฏิเสธชุดราตรีสีพาสเทลแบบเพลย์เซฟที่มักจะเห็นกันชินตาในงานกาล่าทั่วไป แต่เธอเลือกใช้พื้นผิวที่ดูสุขุมและทรงพลังของผ้าสีดำสนิทเพื่อเป็นเสมือนผืนผ้าใบขับเน้น เครื่องประดับเพชรน้ำงามที่มีมูลค่ารวมกว่า 17.5 ล้านเยน ให้ยิ่งดูโดดเด่น ความต่างที่ลงตัวนี้สะท้อนภาพของผู้หญิงยุคใหม่ที่มีความมั่นใจและเป็นอิสระ ผู้นิยามความหรูหราขั้นสุดด้วยสไตล์ของตัวเอง

เมื่อพูดถึงความรู้สึกในเวลานั้น เธอยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่ารู้สึกตื่นเต้นไม่น้อย แต่เธอสามารถเปลี่ยนความกดดันนั้นให้กลายเป็นความสง่างามได้อย่างน่าชื่นชม

"การเดินบนรันเวย์ที่ไม่คุ้นเคยพร้อมกับอัญมณีล้ำค่าทำให้ดิฉันรู้สึกประหม่าค่ะ" เธอเปิดเผยความรู้สึกอย่างเป็นกันเอง "แต่การได้รับเกียรติครั้งนี้ รู้สึกเหมือนมีมงกุฎระยิบระยับมาประดับอยู่บนศีรษะในฐานะนักแสดงคนหนึ่ง ดิฉันรู้สึกซาบซึ้ง ขอบคุณมากๆ ค่ะ"

IMAGES/TEXT: INSTYLEASIA




Marika MATSUMOTO shines on the runway in Japan Jewelry Best Dresser Awards 2026

Marika MATSUMOTO was honored as the 40s category winner at the 37th Japan Jewelry Best Dresser Awards on July 4, 2026, during the TOKYO JEWELRY FES '26 Summer.

She took to the runway draped in extraordinary diamonds and fine jewels valued at 150 million yen, showcasing the ultimate fusion of contemporary haute fashion and cinematic grace. 

Marika stepped into the spotlight in 2000, making her acting debut in Rokuroku. She achieved  international recognition by voicing the iconic character Rikku in the the acclaimed video games Final Fantasy X and Final Fantasy X-2. 

Known for her signature voice and emotional depth, her role arrived in the 2018 drama "Holiday Love". Her portrayal of a calculating yet deeply human antagonist sparked a national obsession and coined the term "kai-en" (#怪演, bizarre acting). Her acting are defined by an uncompromising to explore the unvarnished part of human emotion.

WEB: https://www.jewelry-fes.jp/tokyo/en-gb.html

พาไปชมงานประกาศรางวัล Japan Jewelry Best Dresser Awards ครั้งที่ 37 จัดขึ้นระหว่างงาน TOKYO JEWELRY FES '26 Summer เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา สปอตไลต์ทุกดวงต่างจับจ้องไปที่การปรากฏตัวของดาราสาวสองพันปี อย่าง "มาริกะ มัตสึโมโตะ" ผู้คว้ารางวัลกลุ่มอายุ 40 ปีไปครอง

ไฮไลต์สำคัญ คือ ช่วงเวลาที่เธอเยื้องย่างบนรันเวย์พร้อมเครื่องประดับเพชรล้ำค่ามูลค่ารวมกันกว่า 150 ล้านเยน ผสมผสานแฟชั่นชั้นสูงดีไซน์ล้ำสมัย กับความสง่างามเปี่ยมเสน่ห์ในโลกภาพยนตร์ ขับเน้นออร่าของหญิงแกร่งที่ผ่านการตกผลึกทางประสบการณ์ได้อย่างงดงาม

มาริกะ เริ่มต้นเส้นทางในวงการบันเทิงตั้งแต่ปี 2000 เปิดตัวด้วยผลงานภาพยนตร์เรื่อง Rokuroku ก่อนเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกจากการพากย์เสียงตัวละคร "ริคคุ" ในเกมระดับตำนานอย่างไฟนอลแฟนตาซี X และ ไฟนอลแฟนตาซี X-2 น้ำเสียงที่เป็นเอกลักษณและเปี่ยมด้วยมิติทางอารมณ์ของเธอกลายเป็นมนต์สะกดครองใจแฟนๆ ทั่วโลกมาจนถึงปัจจุบัน

จุดเปลี่ยนที่พิสูจน์อัจฉริยภาพทางการแสดงของเธอเกิดขึ้นในปี 2018 กับซีรีส์สุดเข้มข้น Holiday Love มาริกะพลิกบทบาท ถ่ายทอดตัวละครสายดาร์คที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม ทว่ากลับซ่อนเร้นความเปราะบางและความเป็นมนุษย์ได้อย่างแยบยล การแสดงอันทรงพลังครั้งนั้นฟีเวอร์จนเกิดกระแสความนิยมไปทั่วญี่ปุ่น เป็นที่มาของคำศัพท์นิยามใหม่อย่าง kai-en ที่สื่อและแฟนๆ ต่างเรียกและยกให้เธอเป็นตัวแม่ตัวมัมแห่งการแสดงแนวนี้

เว็บไซต์: https://www.jewelry-fes.jp/tokyo/en-gb.html








IMAGES/STORY: INSTYLEASIA

Minami HAMABE won 37th Japan Jewelry Best Dresser Award (20s Category)

Minami HAMABE (浜辺美波) matched her angelic white dress with a selection of majestic sapphire and diamond high jewelry that added a vivid contrast to her silhouette in the 37th Japan Jewelry Best Dresser Award ceremony. The dazzling stones caught every camera flash during her walk on the runway.

From her emotive performance in "Let Me Eat Your Pancreas" to her fierce presence in "Shin Kamen Rider", "Silent Love" and a global hit film  "Godzilla Minus One", Hamabe is known globally as one of the dominant forces in Asian cinema today.

JAPAN JEWELRY BEST DRESSER AWARD WINNERS 2026

20s Category: Minami Hamabe (Actress)
30s Category: Atsuko Maeda (Actress)
40s Category: Marika Matsumoto (Actress)
50s Category: Saki Takaoka (Actress)
Special Entertainment Prize: Koichi Domoto (Kinki Kids)
Special Award: Sanae Takaichi (Prime Minister)

WEBhttps://www.jewelry-fes.jp/tokyo/en-gb.html

เจิดจรัสสะกดทุกสายตา! มินามิ ฮามาเบะ คว้ารางวัลเกียรติยศในงาน Tokyo Jewelry Best Dresser Award 2026

ร่วมดื่มด่ำกับความงามระดับเพชรน้ำหนึ่ง ในค่ำคืนสุดล้ำค่าของงานประกาศรางวัล Japan Jewelry Best Dresser Award ประจำปี 2026 งานที่ยกย่องเหล่าคนดังผู้คู่ควรกับประกายระยิบระยับของอัญมณีเลอค่า โดยในปีนี้รายนามผู้ได้รับรางวัลในแต่ละสาขาล้วนเป็นไอคอนระดับประเทศ

ช่วงอายุ 20 ปี: มินามิ ฮามาเบะ (นักแสดง)
ช่วงอายุ 30 ปี: อัตสึโกะ มาเอดะ (นักแสดง, AKB48)
ช่วงอายุ 40 ปี: มาริกะ มัตสึโมโตะ (นักแสดง)
ช่วงอายุ 50 ปี: ซากิ ทาคาโอกะ (นักแสดง)
รางวัลพิเศษด้านบันเทิง: โคอิจิ โดโมโตะ (Kinki kids)
รางวัลพิเศษ: ซานาเอะ ทาคาอิจิ (นายกรัฐมนตรี)

ไฮไลท์ที่ทำเอาทั้งฮอลล์ต้องตกอยู่ในภวังค์ คือการปรากฏตัวของ มินามิ ฮามาเบะ ผู้คว้ารางวัลช่วงวัย 20 ปี งามสง่าในชุดราตรีสีขาวบริสุทธิ์ เนื้อผ้าพริ้วไหวอ่อนช้อยขับเน้นออร่าราวกับนางฟ้าในเทพนิยาย ทวีความลักชัวรีขั้นสุดด้วยการคอมพลีทลุ้คกับเครื่องประดับชั้นสูง ผสานความลึกลับของไพลินหลากสีเข้ากับประกายระยิบระยับจากเพชรน้ำงาม

จากบทบาทที่ตราตรึงใจและเปี่ยมด้วยอารมณ์ในภาพยนตร์แจ้งเกิด "ตับอ่อนเธอนั้น ขอฉันเถอะนะ" สู่คาแรคเตอร์ที่ดุดันเฉียบคมใน "ชิน มาสค์ไรเดอร์", Silent Love (สื่อภาษาใจไปถึงเธอ) จนถึงผลงานที่สร้างปรากฏการณ์ไปทั่วโลกอย่าง Godzilla Minus One เรียกได้ว่าเธอคือพลังขับเคลื่อนสำคัญที่น่าจับตามองที่สุดของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ญี่ปุ่นยุคใหม่อย่างแท้จริง

เว็บไซต์: https://www.jewelry-fes.jp/tokyo/en-gb.html







Images/Story: INSTYLEASIA

Asia's legendary star Akihiro Miwa passed away at 91

Today (June 28, 2026), it was officially reported that Akihiro Miwa (美輪明宏) passed away at the age of 91 on June 20, 2026, leaving behind an unmatched legend as a singer, actor and Japan’s first openly LGBTQ+ cultural icon.

Born in Nagasaki in 1935, Miwa survived the atomic bombing at just 10 years old. Moving to Tokyo as a teenager, Miwa shattered conservative societal norms by introducing a gender-fluid aesthetic to the entertainment industry many decades before drag culture entered the global mainstream.

Blessed with breathtaking looks that earned him the title "The Handsome Boy Since the Time of Emperor Jimmu" (神武以来の美少年),  he redefined postwar glamour with avant-garde fashion and a powerful vocal, skyrocketing to meteoric stardom with his 1957 hit "Me Que Me Que".

In 1950s, Miwa rose to fame by performing French chansons at Ginpari (銀巴里), a chic cabaret cafe in Tokyo's Ginza district. A renowned Japanese director and novelist Yukio Mishima met and adapted the Edogawa Ranpo mystery novel's "Black Lizard" (Kurotokage/ 黒蜥蜴 ) specifically for Miwa to star in on stage. He even declared Miwa as "The beauty of the heavenly world". This play was subsequently turned into a 1968 cult film directed by Kinji Fukasaku and broke box office records.

In 1965, Miwa released "Yoitomake no Uta" (The Song of the Yoitomake/ ヨイトマケの唄 ), a self-penned folk song dedicated to the daily struggles of Japan's working-class laborers. Whether fearlessly coming out as a homosexual during a highly conservative era or delivering sharp political monologues between songs on television, Miwa transformed the painful into a form of courageous resistance.

Studio Ghibli's Hayao Miyazaki chose Miwa to voice for the wolf-god Moro in Princess Mononoke and the Witch of the Waste in Howl's Moving Castle, including Pokémon in  Pokémon: Arceus and the Jewel of Life.

Miwa’s cultural footprint is so profoundly woven into the fabric of Japanese society. Setting a photo of Miwa as a smartphone wallpaper is widely believed to attract instant financial luck and general good fortune many years. Tokyo eventually recognized this extraordinary life by awarding Miwa an "Honorary Citizenship of Tokyo" title, celebrating a vision that beautifully transcended the boundaries of gender during the tough era.

In their later years, even while navigating health challenges following a stroke in 2019, Akihiro Miwa remained a radiant beacon of wisdom. Serving as a symbolic sanctuary and life coach for countless souls across the media landscape, Miwa consistently offered a blend of tenderness and insight. 

Before drawing their final breath at their Tokyo home, Miwa looked at their loved ones, uttered a gentle "Arigato (thank you)" and peacefully closed the eyes. Following their passing, the agency shared a handwritten message Miwa wrote while she is alive:

"There is no weapon that can help us survive in this vast world better than words filled with love... The key to solving all problems in this world is 'love.' Because if humanity has love, war will never happen."

Akihiro Miwa's funeral was held privately for close relatives, as per Miwa's wishes. The coffin was surrounded by yellow roses, a colour representing Miwa's bright and radiant life forever.

Miwa's wish was to eliminate all discrimination and prejudice from this world and realize a society where everyone can live peacefully, brightly and happily.

Even though Akihiro Miwa's body has left this world, the story, the courage and the works Miwa left behind will forever be inscribed as ...  a "precious gem" and a pioneering legend of equality that will never fade from the hearts of the Japanese people and people around the world.

Akihiro Miwa (91)
May 15, 1935 - June 20,2026

Reporter: INSTYLEASIA 

ปิดม่านตำนาน “ความงามเหนือกาลเวลา” อาลัย อากิฮิโระ มิวะ ศิลปินผู้ทลายกำแพงทางเพศคนแรกของญี่ปุ่น
วงการบันเทิงญี่ปุ่นหลั่งน้ำตาให้กับการสูญเสียครั้งใหญ่ เมื่อมีรายงานข่าวอย่างเป็นทางการว่า อากิฮิโร มิวะ (Akihiro Miwa หรือ 美輪明宏) ศิลปินระดับปรมาจารย์ผู้เป็นทั้งนักร้อง นักแสดง นักเขียน และผู้กล้าทำลายขนบแบบเก่าๆ ในฐานะ drag queen คนแรกๆ ของญี่ปุ่น ได้ถึงแก่กรรมอย่างสงบด้วยโรคชราในวัย 91 ปี เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2026 ที่ผ่านมา ปิดฉากการเดินทางอันยาวนานแปดทศวรรษของมนุษย์ผู้ไม่เคยยอมจำนนต่อกรอบเกณฑ์ใดๆ ในสังคม
จากเด็กชายผู้รอดชีวิตจากระเบิดปรมาณู สู่ “หนุ่มรูปงามดั่งพระเจ้าสร้าง”
อากิฮิโระ มิวะ เกิดเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 1935 ที่เมืองนางาซากิ ชีวิตในวัยเยาว์ของเขาต้องผ่านความบอบช้ำจากเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ โดยเขาเป็นหนึ่งในผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ระเบิดปรมาณูถล่มนางาซากิในปี 1945 ด้วยวัยเพียง 10 ขวบ ความโหดร้ายของสงครามในครั้งนั้นกลายเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้ มิวะ อุทิศตนเพื่อขับเคลื่อนความสันติและต่อต้านสงครามมาตลอดชีวิต
เมื่อย่างเข้าวัยรุ่น มิวะมุ่งหน้าสู่โตเกียว เดินตามความฝันสู่วงการดนตรี เขาเริ่มต้นอาชีพนักร้องตั้งแต่อายุ 16 ที่ "กินปาริ" (Ginpari, 銀巴里) คาเฟ่แนวแชนซัน (Chanson) ชื่อดังในย่านกินซ่า โตเกียว สถานที่จัดแสดงดนตรีสดที่เปิดเพลงสไตล์ฝรั่งเศส (Chanson) โดยคาเฟ่ประเภทนี้เคยเป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมของสังคมชั้นสูงในโตเกียวช่วงยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2
ด้วยรูปลักษณ์ของ มิวะ ที่งดงามราวกับภาพวาดสะกดทุกสายตา ผสมผสานกับชุดแฟชั่นที่ดูล้ำยุค และเสียงร้องอันเปี่ยมพลัง ส่งผลให้ มิวะ ได้รับฉายาจากสังคมในยุคนั้นว่า "เด็กหนุ่มผู้เลอโฉมนับแต่ยุคจักรพรรดิจิมมุ" (神武以来の美少年)※ และโด่งดังเป็นพลุแตกจากเพลงฮิตอย่าง "Me Que Me Que" ในปี 1957
※ เป็นสำนวนเปรียบเปรยของญี่ปุ่น มีความหมายว่า "เด็กหนุ่มรูปงามที่สุดในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น" คือ ตั้งแต่ยุคจักรพรรดิจิมมุ ปฐมจักรพรรดิผู้ก่อตั้งประเทศญี่ปุ่นเป็นต้นมา ไม่มีใครหล่อเหลาเทียบเท่าเขาอีกแล้ว เป็นคำยกย่องที่ใช้เปรียบเปรยแบบเกินจริงเพื่อเน้นย้ำถึงความหล่อเหลาที่หาได้ยากยิ่ง
ไอคอน LGBTQ+ ผู้ประกาศตนอย่างอาจหาญในยุคสังคมเกย์ถูกเหยียดหยาม
สิ่งที่ทำให้ อากิฮิโระ มิวะ กลายเป็นมากกว่าแค่ดาราหรือนักร้อง คือความกล้าหาญในการเปิดเผยตัวตนว่าเป็นบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ หรือ LGBTQ+ และเป็นเกย์ที่เปิดตัวคนแรกๆ ในหน้าประวัติศาสตร์บันเทิงญี่ปุ่น ในช่วงทศวรรษที่ 1950 ซึ่งเป็นยุคที่สังคมญี่ปุ่นยังคงยึดมั่นในค่านิยมแบบอนุรักษนิยมอย่างเข้มข้น เต็มไปด้วยการตีตรา มิวะยอมรับความเสี่ยงที่จะถูกเหยียดหยาม และเลือกที่จะยืนหยัดในตัวตนที่แท้จริงของตัวเอง นำเสนอสุนทรียศาสตร์ที่ก้าวข้ามเพศสภาพ ผ่านการแต่งกายแบบหญิงสาวที่ดูสวยงามเป็นเอกลักษณ์ และผมสีเหลืองนีออนสว่างไสวที่เป็นภาพจำของคนทั้งประเทศ กลายเป็นดั่งแสงประทีปและกระบอกเสียงสำคัญที่มอบความหวังให้แก่ชนกลุ่มน้อย และผู้คนที่รู้สึกแปลกแยกในสังคมญี่ปุ่นเรื่อยมา
ขับขานจิตวิญญาณผ่านเสียงเพลงและการแสดง
มิวะ สร้างประวัติศาสตร์ในฐานะนักร้อง นักแต่งเพลงด้วยบทเพลงอมตะล้านความรู้สึกอย่าง "Yoitomake no Uta" (ヨイトマケの唄) ในปี 1965 เป็นบทเพลงสะท้อนชีวิตชนชั้นแรงงานและความรักอันยิ่งใหญ่ของคนเป็นแม่ที่ตรากตรำทำงานหนัก ซึ่งกลายเป็นเพลงที่สั่นสะเทือนหัวใจคนญี่ปุ่นทุกเพศทุกวัย ทำให้เขาได้ก้าวขึ้นสู่เวทีขาวแดง (Kohaku Uta Gassen) ทางสถานีโทรทัศน์ NHK ในเวลาต่อมา
นอกจากนี้ ในฐานะนักแสดง มิวะ ยังได้รับเสียงชื่นชมอย่างสูงจากบทบาทการแสดงแนวดราม่าสุดเข้มข้น โดยเฉพาะเรื่อง Black Lizard หรือ Kurotokage (黒蜥蜴) เขียนบทโดย ยูกิโอะ มิชิมะ (Yukio Mishima) ผู้กำกับ นักแสดง นักการเมือง และนักเขียนระดับตำนานผู้เป็นทั้งเพื่อนสนิทและผู้หลงใหลในความงามอันไร้ขีดจำกัดของมิวะ ผลักดันให้ มิวะ เป็นนักแสดงนำ ได้แจ้งเกิดอย่างเต็มตัวในฐานะนักแสดงแถวหน้า กวาดรายได้แบบถล่มทลายในปี 1968 รวมถึงความสามารถในการพากย์เสียงอันทรงพลังที่ทั่วโลกรู้จักกันดีในภาพยนตร์อนิเมชั่นของ สตูดิโอจิบลิ อย่าง บท “โมโร” (เทพหมาป่า) ใน เจ้าหญิงจิตวิญญาณแห่งพงไพร (Princess Mononoke) และบท “แม่มดแห่งทุ่งร้าง” ใน ปราสาทเวทมนตร์ของฮาวล์ (Howl's Moving Castle) รวมทั้งบท โปเกม่อน ใน "โปเกมอน มูฟวี่ ตอน อาร์เซอุส สู่ชัยชนะแห่งห้วงจักรวาล" หรือ Pokémon: Arceus and the Jewel of Life ในชื่อภาษาอังกฤษ
เกียรติยศแห่งเมืองหลวง: รางวัลพลเมืองกิตติมศักดิ์โตเกียว (2018)
ความสำเร็จของ อากิฮิโระ มิวะ ไม่เพียงแต่เป็นที่ยอมรับในอุตสาหกรรมบันเทิงเท่านั้น แต่ยังสร้างคุณูปการอย่างใหญ่หลวงต่อสังคม ในปี 2018 ทางสภาเทศบาลมหานครโตเกียวได้มอบรางวัล "พลเมืองกิตติมศักดิ์แห่งกรุงโตเกียว" (Tokyo Metropolitan Honorary Citizen) ให้แก่เธอ เพื่อยกย่องในฐานะบุคคลที่สร้างแรงบันดาลใจ ขับเคลื่อนวัฒนธรรม และอุทิศตนเพื่อสังคมมาอย่างยาวนาน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในรางวัลเกียรติยศสูงสุดที่พลเมืองคนหนึ่งจะได้รับจากเมืองหลวงแห่งนี้
"เทพแห่งโชคลาภเดินดิน" และตำนานวอลเปเปอร์มือถือนำโชค
นอกเหนือจากบทบาทความเป็นศิลปินชั้นครูแล้ว มิวะยังมีสถานะเป็น "เทพแห่งโชคลาภ" ในหมู่คนรุ่นใหม่ของญี่ปุ่น เกิดปรากฏการณ์ความเชื่อและเรื่องโจษจันกันในโลกออนไลน์นานกว่า 20 ปีว่า "หากใครตั้งรูปภาพของ อากิฮิโระ มิวะ เป็นภาพวอลเปเปอร์หน้าจอมือถือ จะมีโชคและสมปรารถนา"
ความเชื่อนี้แพร่กระจายอย่างรวดเร็วในหมู่วัยรุ่นและคนทำงาน โดยมีการแบ่งสีรูปภาพเพื่อเสริมโชคในแต่ละด้าน อาทิ
• รูปมิวะผมสีทองหรือชุดสีทอง: สำหรับผู้ที่ต้องการเรียกทรัพย์ เงินทองไหลมาเทมา และโชคลาภทางการเงิน
• รูปมิวะในชุดกิโมโนสีชมพู: สำหรับผู้ที่ต้องการสมหวังในความรักและการพบเจอคู่ครองที่ดี
• รูปมิวะในลุคสีน้ำเงินหรือแต่งกายย้อนยุค: สำหรับผู้ที่ต้องการความก้าวหน้าในหน้าที่การงานและการเรียน
ไม่ใช่แค่ในประเทศญี่ปุ่น แต่ดังไกลไปถึงไต้หวันเลยทีเดียว ถึงขนาดกระทรวงการเงินของไต้หวันแนะนำให้ประชาชนพกเครื่องรางรูป "อากิฮิโระ มิวะ" เพื่อเป็นเคล็ดลับเสริมดวงให้ถูกรางวัลล็อตเตอรี่ และเผยแพร่ข้อความทางเฟซบุ๊คหลักของกระทรวงการเงินว่า "โปรดเชื่อมั่นในมนต์เสน่ห์ของอากิฮิโระ มิวะอย่างสุดหัวใจ มันจะนำพาโชคดีมาให้คุณ" โดยเลือกใช้ภาพ "มิวะ" ในชุดสีเหลืองที่สื่อถึง "เงินทองไหลมาเทมา" เมื่อปี 2022
ปรากฏการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า สำหรับคนญี่ปุ่นแล้ว อากิฮิโระ มิวะ ไม่ได้เป็นเพียงแค่ดาราที่ดูสูงเกินเอื้อมหรือดูห่างไกล แต่เธอเปรียบเสมือน "สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เปี่ยมด้วยความรักความเมตตา" คอยมอบพลังบวกและเป็นที่พึ่งทางใจให้แก่ผู้คนในชีวิตประจำวัน จนกลายเป็นตำนานของชาวญี่ปุ่นบนโลกอินเทอร์เน็ตที่น่ารักและไม่มีใครเหมือน
ถ้อยคำสุดท้ายถึงโลกใบนี้: "อาวุธเดียวที่จะเอาชนะโลกนี้ได้ คือคำว่ารัก"
ในช่วงบั้นปลายชีวิต แม้จะต้องเผชิญกับปัญหาสุขภาพหลังล้มป่วยด้วยโรคหลอดเลือดสมองในปี 2019 มิวะ ยังคงทำหน้าที่เป็น "ที่พึ่งทางใจ" และผู้ให้คำปรึกษาชีวิตแก่ผู้คนผ่านสื่อต่างๆ ด้วยความเมตตา ทว่าเฉียบคมเสมอ
ก่อนที่ลมหายใจสุดท้ายจะมาถึง ณ บ้านพักในโตเกียว มิวะได้เอ่ยคำว่า "ขอบคุณ" แก่คนใกล้ชิดก่อนจะหลับตาลงอย่างสงบ ทางต้นสังกัดได้เผยข้อความลายมือที่มิวะทิ้งไว้ให้แก่โลกใบนี้ เขียนขึ้นในขณะยังมีชีวิต ระบุว่า:
"ไม่มีอาวุธใดที่จะช่วยให้เราเอาชีวิตรอดในโลกกว้างใบนี้ได้ดีไปกว่าถ้อยคำที่เปี่ยมด้วยความรัก... กุญแจสำคัญที่จะไขทุกปัญหาบนโลกใบนี้คือ 'ความรัก' เพราะหากมนุษยชาติมีรัก สงครามจะไม่มีวันเกิดขึ้น"
พิธีศพของอากิฮิโระ มิวะ จัดขึ้นเป็นการภายในเฉพาะญาติสนิทตามความประสงค์ของมิวะเอง โลงศพประดับประดาด้วยดอกกุหลาบสีเหลือง สีที่เป็นตัวแทนแห่งชีวิตอันสว่างไสวและเจิดจรัสของมิวะตลอดไป
แม้ร่างของ มิวะ จะจากโลกนี้ไปแล้ว แต่เรื่องราว ความกล้าหาญ และผลงานที่ทิ้งไว้ จะยังคงถูกจารึกไว้ในฐานะ “อัญมณีอันล้ำค่า” และตำนานผู้บุกเบิกความเท่าเทียมในสังคมที่ไม่มีวันดับสูญไปจากหัวใจของชาวญี่ปุ่นและผู้คนทั่วโลก

อากิฮิโระ มิวะ
(15 พฤษภาคม 2478 - 20 มิถุนายน 2569)

รายงาน: INSTYLEASIA 

SPOTLIGHT: Stefanie Akashi Captivates SSFF after Cannes Triumph

SPOTLIGHT: Stefanie Akashi Captivates SSFF after Cannes Triumph

Stefanie Akashi turned heads at the latest Short Shorts Film Festival & Asia (SSFF & ASIA) with a stunning look that blended her style with global charisma. 

Born and raised in the Philippines to Filipino and Japanese parents, Stefanie later moved to Japan to fulfill her childhood dream of acting.

Stefanie’s definitive breakthrough came with her unforgettable performance in the dystopian drama "Plan 75" (2022) by director Chie Hayakawa. The film received a five-minute standing ovation at the 75th Cannes Film Festival, clinching the Caméra d'Or Special Mention Award.

เจิดจรัส ดึงดูดทุกสายตาในงานเทศกาลหนังสั้นระดับโลก Short Shorts Film Festival & Asia (SSFF & ASIA) ครั้งล่าสุด 

สำหรับ สเตฟานี อาคาชิ นักแสดงสาวลูกครึ่งฟิลิปปินส์-ญี่ปุ่น ที่พกพาความมั่นใจมาอย่างเต็มเปี่ยม เธอเดินตามความฝันในวัยเยาว์ ย้ายจากฟิลิปปินส์มาปักหลักที่ญี่ปุ่นเพื่อก้าวสู่เส้นทางนักแสดงอาชีพ จนกระทั่งประสบความสำเร็จอย่างงดงามจากบทบาทการแสดงทรงพลังในภาพยนตร์ดราม่าไซไฟ เรื่อง Plan 75 โดยผู้กำกับ "ชิเอะ ฮายาคาวะ" ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้เคยสร้างปรากฏการณ์ ได้รับการยืนปรบมือนานถึง 5 นาที และคว้าเตอร์รางวัลเกียรติยศ Caméra d'Or Special Mention จากงานเทศกาลภาพยนตร์คานส์ครั้งที่ 75 มาแล้ว!

IMAGES/STORY: INSTYLEASIA








𝗪𝗵𝗼-𝘆𝗮 stole the spotlight at Red Carpet in Short Shorts Film Festival & Asia 2026 Awards Ceremony

𝗪𝗵𝗼-𝘆𝗮, the enigmatic creator behind the musical unit 𝗪𝗵𝗼-𝘆𝗮 𝗘𝘅𝘁𝗲𝗻𝗱𝗲𝗱, stole the spotlight at the red carpet in Short Shorts Film Festival & Asia 2026 Awards Ceremony, along with Asia’s finest directors, screenwriters and actors. 

𝗙𝗿𝗼𝗺 𝗔𝗻𝗶𝗺𝗲 𝗦𝗼𝗻𝗴𝘀 𝘁𝗼 𝘁𝗵𝗲 𝗚𝗹𝗼𝗯𝗮𝗹 𝗦𝘁𝗮𝗴𝗲

𝗪𝗵𝗼-𝘆𝗮 𝗘𝘅𝘁𝗲𝗻𝗱𝗲𝗱 is a prominent Japanese creative music unit centered around the exceptionally talented 26-year-old vocalist 𝗪𝗵𝗼-𝘆𝗮. Signed to Sony Music's SACRA MUSIC label, the project debuted in 2 019 and quicklyġ achieved massive domestic and international fame. They are best known for delivering powerful  theme songs for many global hit Japanese anime and game franchises including "VIVID VICE" (Jujut "Q-vism" (Psycho-Pass 3), "Chained Chase" (Jujutsu Kaisen: Phantom Parade - the Game), "Aufheben" (Bye Bye, Earth Season two) and more.

𝗪𝗵𝗼-𝘆𝗮 𝗘𝘅𝘁𝗲𝗻𝗱𝗲𝗱 regularly play at anime expo and conventions around the world, including recent music festival in Southeast Asia, proving that their distinct mix of electronic rock and melodies transcends languages.

𝗪𝗵𝗼-𝘆𝗮 (ฮูยะ) ศิลปินหนุ่มวัย 26 ปี จากกลุ่ม 𝗪𝗵𝗼-𝘆𝗮 𝗘𝘅𝘁𝗲𝗻𝗱𝗲𝗱 (ฮูยะ เอ็กซ์เท็นด์) เจิดจรัสบนพรมแดงในงานประกาศรางวัล Short Shorts Film Festival & Asia 2026 ร่วมกับเหล่าผู้กำกับ นักเขียนบท และนักแสดงแถวหน้าของเอเชีย

จากอนิเมะฮิตสู่เวทีระดับโลก

𝗪𝗵𝗼-𝘆𝗮 𝗘𝘅𝘁𝗲𝗻𝗱𝗲𝗱 วงดนตรีสุดฮอตจากญี่ปุ่น เปิดตัวในปี 2019 สังกัด SACRA MUSIC ค่าย Sony Music ก้าวสู่ความสำเร็จอย่างรวดเร็วทั้งในและต่างประเทศ สร้างสรรค์บทเพลงประกอบหนังอนิเมะและเกมดังมากมาย อาทิ VIVID VICE (มหาเวทย์ผนึกมาร), Q-vism (ไซโค-พาส ถอดรหัสล่า 3), Chained Chase (เกม Jujutsu Kaisen: Phantom Parade), Aufheben (Bye Bye, Earth ซีซัน 2) และอีกมากมาย

ปัจจุบัน 𝗪𝗵𝗼-𝘆𝗮 𝗘𝘅𝘁𝗲𝗻𝗱𝗲𝗱 เป็นหนึ่งในศิลปินแถวหน้าของวงการเพลงอนิเมะระดับโลก ด้วยดนตรีแนวอิเล็กทรอนิกร็อกอันเป็นเอกลักษณ์ การันตีความปังจากโชว์ในงานคอนเสิร์ตเพลงอนิเมะใหญ่ๆ ทั่วโลก รวมถึงเทศกาลดนตรีในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เพิ่งจบไปเมื่อไม่นานมานี้







IMAGES/STORY: INSTYLEASIA 

Actor Takato Nagata as the invitation guest at the Short Shorts Film Festival & Asia 2026

Actor Takato Nagata (Cube agency) made a stunning appearance as the invitation guest at the Short Shorts Film Festival & Asia 2026 (SSFF & ASIA) Award Ceremony in Tokyo. 

Amid the rapid rise of vertical dramas and smartphone-tailored entertainment in Japan, he is widely celebrated for his stellar performances in hit dramas, including Japanese BL series and shorts film, highlighting the blur lines between traditional cinema and shorts drama on mobile devices.

Short Shorts Film Festival & Asia 2026 stands as one of the ultimate creative hubs in the global film circuit. The Grand Prix winners at SSFF & ASIA are directly eligible for nomination at the annual Academy Awards®. This year's event emphasized "Cinema Engineering," bridging the gap between traditional film formats, new AI technologies, and highly popular vertical short-form content.

"ทาคาโตะ นากาตะ" เฉิดฉายบนพรมแดง SSFF & ASIA 2026 สะท้อนยุคเปลี่ยนผ่าน ‘หนังสั้น ละครสั้นผ่านสมาร์ทโฟน’

โตเกียวร้อนระอุ! เมื่อเหล่านักแสดงและผู้กำกับมากมายตบเท้าเข้าร่วมงานประกาศผลรางวัลใหญ่ในงานเทศกาลภาพยนตร์สั้นระดับนานาชาติ หรือ Short Shorts Film Festival & Asia 2026 (SSFF & ASIA) หนึ่งในเทศกาลหนังสั้นที่ทรงอิทธิพลที่สุด ซึ่งผู้ชนะรางวัลใหญ่ Grand Prix จะได้รับสิทธิ์เสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์โดยตรง

เอ็กคลูซีฟสุดๆ ตามเราไปชมบรรยากาศในงานกัน "ทาคาโตะ นากาตะ" นักแสดงดาวรุ่งที่กำลังมาแรง เป็นหนึ่งในแขกรับเชิญคนสำคัญที่มาร่วมงานในครั้งนี้

ในยุคที่คอนเทนต์บันเทิงแนว "ละครสั้นผ่านจอสมาร์ทโฟน" กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดในประเทศญี่ปุ่น ทาคาโตะ เป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่ ได้รับคำชมอย่างล้นหลามจากความสามารถด้านการแสดง ทั้งละครจอแก้วยอดฮิต ซีรีส์วาย รวมถึงหนังสั้น การร่วมงานระดับโลกในครั้งนี้ตอกย้ำว่าเส้นแบ่งระหว่างโลกภาพยนตร์แบบเดิมๆ กับละครสั้นผ่านมือถือนั้นได้เลือนหายไปแล้ว!

Images/Story: INSTYLEASIA




©2026 INSTYLEASIA All Rights Reserved.
Designed by Creatopia Space