ความเหมือนที่แตกต่างระหว่างหนัง KOIZORA กับ October Sonata

ภาพยนตร์ญี่ปุ่นเรื่อง Koizora (恋空) จากนิยาย Best Seller ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 2005 ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์โดยผู้กำกับ Natsuki Imai ในปี 2007 ภาพยนตร์เล่าเรื่องราวความรักของ Mika Tahara (นำแสดงโดย Yui Aragaki) สาวมัธยมปลาย ด้วยชะตากรรมที่พบกัน ทำใหเธอตกหลุมรัก Hiro (นำแสดงโดย Haruma Miura) ชายหนุ่มร่วมชั้นเรียนเดียวกัน แต่โรคร้ายทำให้เขาต้องแสร้งตีจากเธอ เขาดูห่างเหินเย็นชากับเธอเหลือเกิน ในช่องว่างของความสัมพันธ์ Mika ได้พบกับ Yu เพื่อนร่วมชั้นที่รักเธอ คอยตามเธอ แต่ทว่าในใจของ Mika มีเพียง Hiro เท่านั้น ทุกค่ำคืนของวันอันหนาวเหน็บในฤดูหนาว เธอจะไปยังที่แห่งหนึ่ง เป็นเสมือนที่นัดหมาย Hiro และเธอเคยมีความหลังด้วยกัน ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปเพียงไร เธอจะไปยังที่แห่งนี้ในวันนี้ แม้จะพบเพียงความว่างเปล่าก็ตาม จนกระทั่งวันหนึ่งความจริงได้ปรากฎ Hiro เริ่มป่วยหนัก Mika อยู่เคียงข้างเขาจนวันสุดท้ายแห่งชีวิต เหลือเพียงลูกในท้องที่เกิดจาก Hiro เป็นพยานแห่งรัก



หากเอ่ยถึงภาพยนตร์ไทยแนวเดียวกันแล้วล่ะก็ ทำให้นึกถึงเรื่อง "รักที่รอคอย" หรือ  "October Sonata" เรื่องราวทั้งสองต่างมีจุดร่วมเดียวกัน October Sonata สอดแทรกความขัดแย้งของสังคมไทยในยุคสมัยนั้น ระหว่างชนชั้นผู้ดี และไพร่ (กรรมกร) เช่นเดียวกับ Koizora ที่สอดแทรกความขัดแย้งระหว่างครอบครัวฝ่ายหญิงที่สงวนท่าทีไม่ใยดียอมรับครอบครัวฝ่ายชาย และ Hiro ผู้ที่ทำให้ลูกสาวเธอตั้งครรภ์ระหว่างเรียน

รวมทั้งจุดเด่นเชิงสัญลักษณ์ของภาพยนตร์ นั่นคือ สถานที่ที่ "เพลิน" หญิงสาวเฝ้ารอคอยชายหนุ่มที่บ้านพักโรงแรม สถานที่แห่งความหลังของเขาทั้งสอง กับ "Mika" ผู้เฝ้าคอยชายคนรัก ณ พุ่มไม้บนภูเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะขาวโพลน ในวันเดียวกันนั้นทุกๆ ปี เธอจะต้องไปยังที่สถานที่แห่งนี้

ในระหว่างการรอคอยที่ดูสิ้นหวังเหลือเกิน "ลิ้ม"ชายหนุ่มเชื้อสายจีนได้เข้ามาติดพันกับ "เพลิน" เช่นเดียวกับ "Yu" (นำแสดงโดย Keisuke Koide) ก็เข้ามาสานสัมพันธ์กับ Mika พร้อมมอบแหวนหมั้น จนเกือบจะแฮปปี้เอนดิ้งทีเดียว แต่แล้วหญิงสาวทั้ง 2 เรื่องต่างละทิ้งโอกาสอันล้ำค่าเหล่านั้น กลับไปยังสถานที่แห่งความหลัง รอวันจะได้พบชายคนรักอีกครั้ง ท้ายที่สุดแล้วชายคนรักของหญิงสาวทั้งสองก็ด่วนจากไป


อาจกล่าวได้ว่า Koizora คือ ภาพสะท้อนความรักแรก (Jun-ai หรือ Pure Love) ของ "Mika" สาวมัธยมญี่ปุ่น ที่พลาดพลั้งจนนำไปสู่การตั้งครรภ์ระหว่างเรียน และปัญหาการเลือกระหว่างคนรักที่ไม่ใยดี กับคนที่แสนดีแต่ไม่ได้รัก เช่นเดียวกับ "เพลิน" สาวผู้ใช้แรงงาน ที่ต้องเผชิญกับการเลือกเช่นเดียวกัน แต่ทั้งสองก็เลือกในสิ่งที่เธอต้องการ แม้ว่าสิ่งนั้นอาจทำให้ต้องอยู่ไปคนเดียวตลอดชีวิต

"ที่ใดมีรัก ที่นั่นย่อมมีทุกข์" ดูเหมือนคำกล่าวนี้ดูจะไม่เกินเลยไปนักสำหรับสถานการณ์ในภาพยนตร์ แต่ในความทุกข์ที่ดำเนินไป เธอเลือกดำรงชีวิตตามใจปรารถนา เต็มไปด้วยอิสรภาพ มีความสุขในหนทางที่ได้เลือก

「きみは幸せでしたか?」
"ระหว่างที่เธอหายไป มีความสุขดีไหมนะ"
หากได้รักใครสักคนจนสุดหัวใจแล้ว บางทีความรัก และการรอคอย อาจทำให้ชีวิตคนเราเปลี่ยนไปก็เป็นได้

 

ติดตามข่าติดตามข่าวสารที่น่าสนใจได้ทางอินสตาแกรม inStyleAsia

บทความโดย Teeper

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น